NETFLIX, หนังฝรั่ง, หนังสยองขวัญ Horror

All My Friends Are Dead | ปาร์ตี้สิ้นเพื่อน (2021)

 

ภาพยนตร์คัลท์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ต้นทุนต่ำ จนมักจะถูกดูแคลนว่าเป็นภาพยนตร์ เกรด B ทำให้มันได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะมันมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เราจะไม่ได้เห็นกันใน เว็บดูหนังออนไลน์ ภาพยนตร์ตามปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายรุนแรง ฉากสยองขวัญ และงานภาพชวนอ้วก เป็นแนวภาพยนตร์ที่หาใครชอบก็ชอบไปเลยแต่หากใครไม่ชอบก็จะเกลียดไปเลยเช่นเดียวกัน

All-My-Friends-Are-Dead (2021)

All My Friends Are Dead ปาร์ตี้สิ้นเพื่อน ภาพยนตร์สัญชาติโปแลนด์ แนวตลก สยองขวัญ Thriller เรื่องย่อ เมื่อตำรวจสืบสวน 2 ได้ไปตรวจในบ้านแถบชานเมืองที่เกลื่อนไปด้วยศพ แต่ไม่สามารถหาสาเหตุของการตายหมู่นี้ได้ ย้อนกลับไป 1 วันก่อนหน้านี้ได้มีการจัดปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และนี่คือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์วุ่นวายสุดคาดคิดที่ตามมามากมาย ก่อนจะนำไปสู่การนองเลือดและจุดจบที่คาดไม่ถึง

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากการที่สารวัตรควาสนิสกี้ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุที่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในบ้านเต็มไปด้วยคนตายเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ทีมสืบสวนเดินทางมาถึงก็ต้องตกตะลึงกับสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งเรียกได้ว่าเละเทะ จากนั้นหนังก็พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปว่าตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับบ้านหลังนี้ ราว 12 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มาเร็ค (คามิล ปิโอโทรสกี้) หนุ่มหล่อเจ้าของปาร์ตี้ที่ชวนเอาบรรดาเพื่อนคนสนิทมาร่วมสังสรรค์กันอย่างสุดเหวี่ยง โดยแขกที่ได้รับเชิญมามีตั้งแต่หนุ่มขี้อายที่วางแผนจะเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาวตัวเองแต่งงาน โอลิเวียสาวแซ่บที่เป็นโรคหอบหืดจนต้องอาศัยยาพ่น ตากล้องหนุ่มเท่ที่แอบตกหลุมรักจูเลียสาวเปิ่นนางเอกของเรื่อง สองสาวขายบริการที่มาพร้อมหน้าอกคัพโตเกินต้านทาน สองหนุ่มหน้าจืดที่หวังจะแอ้มหญิงรุ่นใหญ่แฟนของเพื่อนสนิท หนุ่มจากร้านขายพิซซ่าที่หลงเข้ามาในปาร์ตี้เพราะตามหามาเร็คที่ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าอาหารสักที! แน่นอนว่าเมื่อเป็นงานปาร์ตี้ สิ่งที่ปรากฏอยู่ในงานจึงเต็มไปด้วยเสียงเพลง ผู้คน แอลกอฮอลล์ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือยาเสพย์ติด หลังจากที่จูเลียตัดสินใจจะพี้กัญชาและชวนตากล้องหนุ่มไปเล่นชักคะเย่อกันในห้องทำงานห้องหนึ่ง แต่แล้วเธอก็ได้พบกับปืนที่ถูกเก็บไว้ในกล่องด้วยความเมาเธอจึงอยากจะลองทดสอบว่าปืนกระบอกนี้สามารถใช้งานได้หรือเปล่า แต่ระหว่างจะทดสอบนั้นเธอก็เย่อกับตากล้องหนุ่มไปพร้อมๆกันจนเกิดอุบัติเหตุกระสุนลั่นทะลุประตูไปเจาะกะบาลของมาเร็คที่อยู่หน้าห้องพอดี ส่งผลให้เขาตายสนิท หลังจากนั้นเองเรื่องราวก็เริ่มลุกลามบานปลายไปเรื่อยๆ เมื่อความเมาของคนในปาร์ตี้ก็เริ่มทำให้มีคนตายมากขึ้นเรื่อยๆ

All-My-Friends-Are-Dead

เป็นภาพยนตร์ที่น่าเสียดายเพราะโครงเรื่องโดยรวมนั้นมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่กลับพลาดในส่วนของการเล่าเรื่องและการเขียนบทจนทำให้ตลอดการรับชนเต็มไปด้วยความน่าเบื่อกับความพยายามนำเสนอเรื่องราวที่ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไรสำคัญ ภาพยนตร์เฉลยตั้งแต่แรกว่าใครเสียชีวิต ใครที่รอดตาย ดังนั้นเรื่องน่าลุ้นก็หายไปอีกหนึ่งเรื่อง จะว่าไป All My Friends Are Dead นั้นตั้งโจทย์หนังมาให้เป็นงานปาร์ตี้ที่รวมเอาคนสติหลุดมาไว้ในงานเดียวกัน แต่พอเริ่มมีคนตายเหตุการณ์แทนที่จะจบลงด้วยการเรียกตำรวจ แต่กลายเป็นว่าความพยายามปกปิดหลักฐานนำมาซึ่งความวินาศสันตะโรเกิดคาดเดา ซึ่งหนังก็เล่นสนุกกับมุกตลกร้าย ฉากเซ็กซ์วิตถาร ความอยู่ผิดที่ผิดทางของตัวละคร ซึ่งจะว่าไปแล้วหนังก็ดูจะตั้งใจขายความบ้าๆบอๆของสถานการณ์เป็นหลัก 

ถ้าหากถามหาความสนุกกับหนังเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ชม สนุกแค่ไหนกับการเห็นคนไม่มีสติหลายๆคนก่อวีรกรรมหายนะ ถ้าคุณเป็นคนชอบอะไรบ้าๆบอๆ All My Friends Are Dead ทาง Netflix ก็พอจะเป็นหนังที่ตอบโจทย์ของคุณอยู่เช่นกันค่ะ

ดราม่า Drama, ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง

A Journal For Jordan (2021)

 

เป็น หนังชนโรง ที่เปิดตัวในโรง เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2564 หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงและนำมาทำเป็นหนัง ที่สื่อถึงความรักของคนเป็นพ่อที่มีต่อลูก แม้ว่าตัวไกลกัน แต่ก็ยังคงทิ้งสิ่งแทนใจไว้ให้กับลูก อันเป็นที่รักของเขา เรียกว่าเป็นหนังเรียกน้ำตาส่งท้ายปีกันได้เลย ในช่วงเวลานั้น

A-Journal-For-Jordan (2021)

A Journal for Jordan (2021) ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ของผู้กำกับ Denzel Washington เขียนบทโดย Virgil Williams, Charles Monroe King, Dana Canedy และนำแสดงโดย Michael B. Jordan, Chanté Adams, Jalon Christian, Robert Wisdom, Tamara Tunie เรื่องย่อ จ่าสิบเอก ชาร์ลส มอนโร คิง ก่อนที่เขาจะถูกฆ่าตายในแบกแดดผู้เขียนบันทึกประจำวันสำหรับลูกชายของเขาตั้งใจที่จะบอกเขาถึงวิธีการใช้ชีวิตที่ดีแม้จะเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีพ่อ สร้างจากเรื่องจริงของจ่าสิบเอกชาร์ลส์ มอนโร คิง ทหารที่ประจำการในอิรัก ซึ่งเริ่มเก็บบันทึกความรักและคำแนะนำสำหรับลูกชายวัยทารกของเขา เมื่อกลับมาถึงบ้าน ดาน่า เสน่เดย์ บรรณาธิการอาวุโสของ นิวนอร์คไทม์ ได้ทบทวนเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอกับ คิงและความทุ่มเทอันยาวนานของเขาที่มีต่อเธอและลูกๆ ของพวกเขา เรื่องราวความรักครั้งหนึ่งในชีวิต ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจอันทรงพลังถึงความสำคัญของครอบครัว

เป็นเรื่องราวของความรักที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ระหว่างคนสองคนที่แตกต่างกันมากและความผูกพันที่ไม่มีวันเสื่อมสลายซึ่งทั้งคู่ต้องการให้ลูกชายเข้าใจ ดาน่านักข่าวและบรรณาธิการของNew York Times ตั้งครรภ์ เมื่อคู่หมั้นของเธอ ชาร์ลส์ มอนโร คิง ถูกนำไปใช้กับอิรัก เธอมอบบันทึกส่วนตัวให้เขา และมันก็กลายเป็นสิ่งปลอบใจสำหรับเขา ซึ่งเป็นที่ที่ปลอดภัยในการติดต่อกับบ้านเมื่อสิ้นสุดวัน เมื่อเขาเห็นชายหนุ่มถูกฆ่าตายในสนามรบ เขาเขียนมากกว่า 200 หน้าเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตและการเป็นผู้ชาย และเกี่ยวกับความฝันของเขาที่มีต่อลูกชาย เขาครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การปฏิบัติต่อผู้หญิงด้วยความเคารพจนถึงไม่ต้องอายที่จะร้องไห้ “การร้องไห้สามารถปลดปล่อยความเจ็บปวดและความเครียดได้มากมาย มันไม่เกี่ยวอะไรกับความเป็นลูกผู้ชายของคุณ” หลังจากการสิ้นพระชนม์ของคิง ดาน่าได้เขียนหนังสือขายดีที่รวบรวมข้อความที่ตัดตอนมาจากบันทึกเพื่อบอก Jordan เรื่องราวของพ่อของเขาและเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน แต่ละบทเริ่มต้นด้วยตัวอักษร: “Dear Jordan”

A-Journal-For-Jordan

ครั้งแรกที่เราเห็นดาน่า ( แชนเตอดัมส์ ) ในที่ทำงาน อิสระอย่างดุเดือด โกรธบรรณาธิการที่ต้องการเพิ่มนักข่าวอีกคนในเรื่องราวของเธอแล้วหงุดหงิดเมื่อเพื่อนร่วมงานที่พยายามมอบหมายเรื่องราวของเธอชี้ให้เห็นว่าน้ำนมแม่ของเธอรั่วไหล ผ่านเสื้อของเธอ เธอยังคงให้นมอยู่และถึงเวลาปั๊มนมแล้ว  จากนั้นเราก็ย้อนเวลากลับไปพบกับชาร์ลส์ครั้งแรกของเธอ ( ไมเคิล บี. จอร์แดน) ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เธอเติบโตขึ้นมาในที่ซึ่งเขาแขวนรูปภาพที่เขาสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้พ่อของเธอ เธอสนใจเขาในทันทีและแต่งเรื่องราวเกี่ยวกับการต้องนั่งรถเพื่อใช้เวลาร่วมกับเขา พวกเขาดูเหมือนจะไม่มีอะไรเหมือนกันมากนัก เธอเป็นผู้หญิงที่ขี้หงุดหงิด พูดจาฉะฉาน ผู้ซึ่งเขียนหนังสือพิมพ์ในนิวยอร์กซิตี้ เขาเป็นคนเงียบๆ หย่าร้างกับลูกสาวที่ได้รับข่าวจากโทรทัศน์และไม่เคยไปแมนฮัตตัน ในฐานะลูกสาวของอาชีพทหาร เธอได้เห็นภรรยาของกองทัพบกเสียสละอาชีพของตนเพื่อที่พวกเขาจะได้ติดตามสามีของตนจากงานมอบหมายที่มอบหมายงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่ง 

หนังใหม่ เรื่องนี้ทำให้หลายคนน้ำตาตกได้เลย เมื่อการไปของเขานั้นเป็นการไปแบบไม่ได้กลับมาอีกแล้ว มีเพียงสิ่งแทนใจที่เขานั้นทิ้งไว้ให้ลูกเขาเท่านั้น ที่เป็นเหมือนตัวแทนในการเลี้ยงลูกและสั่งสอนลูกจากตัวเขา เป็นหนังที่สะท้อนความเป็นอยู่ ของคนในโลกปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ดูหนังออนไลน์, ตลก Comedy, หนังฝรั่ง

40 Days and 40 Nights | 40 วัน อั้นแอ้มไม่อั้นรัก (2002)

 

คนส่วนใหญ่จะชอบภาพยนตร์แนวโรแมนติก คอมมาดี้ แต่บางครั้งเรื่องราวความรัก ก็สามารถนำเสนอในแนวตลกขบขันเรท R ได้อย่างสุดฮา เช่นเดียวกับ หนังชนโรง เรื่องนี้ค่ะ 40 Days and 40 Nights เรื่องราวจะติดเรทและฮาขนาดไหน เราไปอ่านกันเลย

40-Days-and-40-Nights (2002)

40 Days and 40 Nights ภาพยนร์แนว ตลก Comedy เมื่อสัมพันธภาพแห่งรักจบลงอย่างไม่เป็นท่า ตั้งแต่นั้นมาหัวใจของ แมทท์ ซัลลิแวน (จอช ฮาร์ทเน็ทท์) ก็เหี่ยวแห้ง พาลให้เขาทำงานอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แมทท์ เว็บดีไซน์เนอร์โสดหล่อวัยยี่สิบ ค้นพบว่าเขาอาจเยียวยาหัวใจ โดยวิธีที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ นั่นคือ การยอมจำศีล ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ กำลังตัดสินใจ ทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน และสาบานว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในสี่สิบวัน เขาจะไม่มีสัมพันธ์กับใคร ไม่แตะต้อง ไม่จูบ ไม่เล้าโลม ไม่ยอมเสียเวลา ไม่ช่วยตัวเอง ใช่แล้ว! ไม่อะไรเลย

ตั้งแต่แมทท์(จอช ฮาร์เนทท์) เลิกกับนิโคลแมทท์ก็มีปัญหาเรื่องเซ็กส์มาตลอดเพราะไม่ว่ามีเซ็กส์กับใครก็ยังคิดถึงแต่นิโคล ต่อมาแมทท์รู้ว่านิโคลหมั้นแมทท์สติแตก แมทท์ไปปรึกษาจอห์นพี่ชายที่กำลังจะได้เป็นบาทหลวงแล้วเกิดไอเดียงดกิจกรรมทางเพศ 40 วันตามที่บาทหลวงถือศีล ไรอันรูมเมทของแมทท์เอาเรื่องแมทท์ไปลงและเปิดรับพนันทางอินเทอร์เนตให้คนลงเดิมพันออนไลน์ว่าแมทท์จะทำสถิติได้กี่วัน วันแรกแมทท์ขนข้าวของที่เกี่ยวกับเซ็กส์ทิ้งหมดไปซื้อโมเดลมาต่อและวางแผนไปซักผ้า แมทท์เจอกับเอริกาที่ร้านซักผ้า เอริกาชวนคุยแต่แมทท์พยายามเลี่ยงก่อนแยกจากกันเอริกานัดแมทท์อีกครั้งในอีก 7 วันข้างหน้า ระหว่างนั้นแมทท์ก็รับงานมากขึ้นและใช้ชีวิตปกติ วันที่ 7 แมทท์ไปซักผ้าเจอกับเอริกาอีกครั้ง แมทท์คุยกับเอริกามากขึ้นรู้ว่าเอริกาทำงานเป็นคนสกรีนเว็บโป๊ แมทท์รู้เรื่องที่เพื่อนเอาเรื่องของแมทท์ไปพนันแถมมีสปอนเซอร์เป็นเว็บโป๊ แมทท์กลัวเอริกาจะรู้เรื่องรีบไปหาเอริกา

40-Days-and-40-Nights

แต่ไม่ทัน เอริกาโกรธเพราะคิดว่าแมทท์ใช้เธอเป็นเครื่องมือ ไรอันเพื่อนของแมทท์อยากโกงเพราะพนันไว้ในวันนั้นเลยเอาไวอากร้าใส่น้ำให้แมทท์ดื่มแต่กลายเป็นเจ้านายดื่มเข้าไปแทน แมทท์ไม่ยอมทำหนีไปหาเอริกาที่บ้าน แมทท์กับเอริกาใช้ดอกไม้สัมผัสกันแทนการมีเซ็กส์ เอริกากับแมทท์เข้าใจกันได้ดีตกลงกันว่าจะรอจนกว่าจะครบ 40 วัน นิโคลรู้เรื่องพนันเลยลงพนันก่อนจะหมดเวลาแค่ไม่นาน ในวันที่ 40 แมทท์นัดกับเอริกาในคืนนั้น แมทท์ให้เพื่อนใส่กุญแจข้อมือตัวเลงล็อคไว้กับเตียงแล้วนอนหลับไป นิโคลแอบเข้าไปข่มขืนแมทท์ตอนหลับ ตอนที่นิโคลออกไปสวนกับเอริกาพอดี เอริกาโกรธที่แมทท์มีอะไรกับนิโคล ตอนหลังแมทท์เอากล่องที่มีดอกไม้และความทรงจำดีๆตอนคบกันไปให้ นิโคลมาเจอกับแมทท์ที่ร้านซักผ้าแล้วก็จบแบบแฮปปี

ช่วงต้นๆ ขอหนังค่อนข้างธรรมดาค่ะ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่พอเข้าเรื่องถือศีลอดเรื่องบ้าๆ ก็เริ่มเพิ่มขึ้น ยิ่งวันหลังๆ ซักวันที่ 30 กว่าๆ นี่ฮากันท้องแข็งแน่นอนค่ะ อันนี้ยอมรับว่า Hartnett กล้าทุ่มกับบทพอควร ว่าตามจริง หนังต่างประเทศ เรื่องนี้ดูเอาฮาได้ค่ะ สนุกตลอดอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของสาระหนังมันก็ไม่ได้แทรกอะไรไว้เท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าจะมีบ้างก็เรื่องมารผจญนิดๆ หน่อยๆ แต่พวกประเด็นความรักหรือความหมายของชีวิตประเภทว่าการอดเซ็กซ์มันมีความหมายแค่ไหน ก็ไม่ค่อยได้เน้นค่ะ เล่นฮาอย่างเดียวเลย

ดราม่า Drama, ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง

American Hustle | โกงกระฉ่อนโลก (2013)

 

หากคุณคือคนหนึ่งที่กำลังเบื่อหน่ายกับชีวิต แต่ไม่อยากออกไปหาสิ่งใดจรรโลงใจไกล ๆ การดูหนังน่าสนใจสักเรื่องคงเป็นอะไรที่ดีอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงอยากจะมาชวนทุกคน ดูหนังออนไลน์ฟรี เรื่อง American Hustle หรือชื่อไทย โกงกระฉ่อนโลก กันค่ะ หนังเรื่องนี้จะสนุก และตื่นเต้ยขนาดไหน เราไปเอาใจชวนลุ้นกันเลย

American-Hustle (2013)

American Hustle ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ที่บอกเล่าชีวิตของตัวละครกลุ่มหนึ่งที่ตะเกียกตะกาย “เอาตัวรอด” อยู่ในเมืองๆ หนึ่ง บางคนในกลุ่มนั้นถูกกระหน่ำซ้ำซัดเสียจนไม่เห็นหนทางใดจะเดินไปแบบ “ถูกกฎหมาย” ได้ นอกจากทางที่ “ผิดกฏหมาย” พวกเขาอาจรู้ว่ามันผิด แต่พวกเขาก็ยังเลือกจะทำมัน ด้วยจุดประสงค์และด้วยเหตุผลบางอย่างที่พวกเขาอ้างมันกับตัวเอง กำกับภาพยนตร์โดย David O. Russell (เจ้าของผลงานอย่าง ‘The Fighter’ และ ‘Silver Lining Playbook’)

เรื่องราวใน ‘American Hustle’ นี่นำมาจากเค้าโครงเรื่องจริงเพียงแต่ปรับเปลี่ยนเรื่องราวเพื่อให้มันน่าสนใจและเหมาะกับการดำเนินเรื่องในแบบหนังมากขึ้น เออร์วิ่ง (Christian Bale) ลูกชายของคนขายกระจกที่ตกอับและสร้างจุดเปลี่ยนให้กับตนเองด้วยการเลือกทางเดินที่แตกต่าง เขากลายเป็นนักต้มตุ๋นผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ เขามีลูกมีเมียแล้วแต่แยกทางกัน โรซาลีน (Jennifer Lawrence) เธอคือผู้หญิงคนนั้น แต่เขาได้มาพบสาวคนใหม่ที่ดูจะเข้ามาเติมเต็มธุรกิจของเขาได้อย่างเข้าขา ซิดนีย์ (Amy Adams) สาวสวยผู้ชาญฉลาด ทุกอย่างดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด จนวันหนึ่ง… เขาทั้งสองได้มาพบกับ ริชชี ดีมาโซ (Bradley Cooper) เอฟบีไอผู้หวังสูง หวังจะเปิดเผยพฤติกรรมโกงของเหล่านักการเมืองทั้งหลาย จึงเลือกใช้นักต้มตุ๋นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ และคาร์มีน โพลิโต้ (Jeremy Renner) ก็คือหนึ่งในนักการเมืองที่หวังกระชากหน้ากากออกมา

American-Hustle

นี่คือผลงานของผู้กำกับฝีมือเฉียบคม “เดวิด โอ. รัสเซลล์” ที่มักจะมีสไตล์ในการสร้างหนังที่อิงมาจากเรื่องจริงและได้นักแสดงระดับซุปตาร์แถวหน้าของวงการมาปล่อยของกันเพียบ เช่นเดียวกับในเรื่องนี้ก็ได้ทัพนักแสดงสุดปัง ไม่ว่าจะเป็น “คริสเตียน เบล”, “แบรดลีย์ คูเปอร์”, “เอมี่ อดัมส์”, “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์”, “เจเรมี่ เรนเนอร์”, “หลุยส์ ซี.เค.” หรือ “ไมเคิล พีน่า” เป็นต้น ตามที่กล่าวข้างต้นว่า American Hustle เรื่องนี้ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปี 2014 มากถึง 10 สาขารางวัล รวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดหนังจะไม่ได้เก็บรางวัลสักตัวเดียวกลับบ้านเลยก็ตาม แต่ก็เป็นเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของหนังได้เป็นอย่างดี หนังได้คะแนนคำวิจารณ์เฉลี่ยสูงถึง 92% บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes พร้อมกับกวาดเงินรายได้ทั่วโลกไปได้มากกว่า 250 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่เพียง 40 ล้านเท่านั้น

รีวิวหนัง ช่วงแรกของหนังค่อนข้างจะน่าเบื่อพอสมควร แต่เมื่อผ่านจุดนั้นไปได้ บทสนทนาจะพรั่งพรูมากขึ้น เราจะรู้จักตัวละครมากขึ้น บทจะถูกขยี้มากขึ้น ความเข้มข้นทั้งหมดจะถูกหล่อหลอมออกมาจนทำให้เราเข้าใจกับทุกสถานการณ์ในหนัง และมันทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว แม้ว่าตอนท้ายความเข้มข้นจะเบาบางลง และจุดจบที่หลายคนไม่คุ้นเคยนัก ถ้าให้พูดถึงความยากในการดูเรื่อง American Hustle เราคงต้องบอกว่า ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ดูยากจนเกินไปหรือง่ายแบบป้อนอาหารให้คนดู แม้เนื้อหาของมันไม่ใช่สิ่งที่หลายๆคนจะคุ้นเคยนัก แต่ข้อดีที่บอกว่าดูไม่ยากจนเกินไปนั่นคือ หนังค่อนข้างจะเฉลยข้อสงสัยในตอนท้ายหลังจากให้คนดูคิดตามแล้ว (ไม่ใช่ท้ายสุด มาเป็นระยะและจังหวะที่เหมาะสม) ดังนั้นการตั้งใจดูจึงไม่น่าจะทำให้ผู้ดูไม่เข้าใจสิ่งที่หนังบอกเล่า

ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง, อาชญากรรม Crime

The Girl On The Train | ปมหลอน รางมรณะ (2016)

 

วันนี้เราจะมาพูดถึงหนังที่มาจาก เว็บหนังHD หนังสือนิยายเขย่าขวัญขายดีอันดับ 1 ของนิวยอร์กไทมส์จากปลายปากกาของ พอลลา ฮอว์กินส์ นักเขียนสาวชาวอังกฤษ ในไทยชื่อ ปมหลอน รางมรณะ ซึ่งต่อมาผลงานเรื่องนี้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์ชื่อเดียวกันโดย เท็ด เทย์เลอร์ ผู้กำกับเจ้าของผลงาน The Help พร้อมทีมนักแสดงคุณภาพอย่าง เอมิลี บลันท์, เฮลีย์ เบนเนทท์, ลุค อีแวนส์, รีเบ็คกา เฟอร์กูสัน , จัสติน เธอโรซ์ และ เอ็ดการ์ รามิเรซ

The-Girl-On-The-Train (2016)

The Girl On The Train ภาพยนตร์แนว อาชญากรรม Crime หนังจะมีตัวหลักๆเป็นผู้หญิงสามคนเริ่มจากเรเชลที่นั่งรถไฟไป-กลับทุกวันแล้วก็ชอบมองบ้านสองหลังทุกวัน เรเชลจะนั่งตู้เดิมเพราะมองเห็นบ้านได้ชัดเจนที่สุดหลังแรกเป็นบ้านของเมแกนกับสก็อตคู่แต่งงานที่เหมือนคู่รักในฝันสำหรับเรเชล อีกหลังคือบ้านเก่าของเรเชลเองที่เคยอยู่กับทอมอดีตสามี เรเชลมีปัญหาติดเหล้าใช้ความรุนแรงจนเลิกกันแต่จริงๆแล้วทอมก็นอกใจเรเชลมีอะไรกับแอนนานายหน้าอสังหา ปัจจุบันทอมกับแอนนาเพิ่งมีลูก แอนนาจ้างเมแกนเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ต่อมาเมแกนจะขอลาออก เรเชลยังคงโทรรบกวนทอมกับแอนนาอยู่ตลอดแถมเรเชลยังเคยเข้าไปขโมยอุ้มลูกแอนนาอีกด้วย

มาที่เรื่องของเมแกน ก่อนหน้านี้เมแกนทำงานมาหลายอย่าง เมแกนเคยท้องกับเพื่อนพี่ชายแล้วเมแกนเผลอหลับในอ่างอาบน้ำทำให้ลูกจมน้ำตาย ล่าสุดเมแกนแต่งงานกับสก็อต เมแกนต้องพบจิตแพทย์แต่ชอบยั่วหมอจนความสัมพันธ์ดูมากกว่าแค่หมอกับคนไข้ ต่อมาเมแกนรู้ตัวว่าท้อง เล่าย้อนกลับไปเรเชลมีปัญหาติดเหล้าหลังจากหายเมาก็จำอะไรไม่ได้ เรเชลทำให้ทอมตกงานเพราะดันไปหาเรื่องภรรยาเจ้านายทอมในงานเลี้ยง เรเชลมองบ้านสองหลังจากบนรถไฟอยู่ทุกวัน ปัจจุบันเรเชลย้ายไปอยู่กับแคธีรูมเมทที่แบ่งห้องให้เรเชลเช่าอยู่ เรเชลไม่ได้ทำงานแต่ยังคงนั่งรถไฟทุกวัน เรเชลเห็นเมแกนจูบกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามี ต่อมาเมแกนก็หายตัวไป วันที่เมแกนหายตัวไป เรเชลตื่นขึ้นมาที่บ้านมีคราบเลือดและจำอะไรไม่ได้ เรเชลไปหาสก็อตสามีเมแกนอ้างว่าเป็นเพื่อนเมแกนบอกเรื่องเมแกนมีคนอื่น สก็อตให้เรเชลดูรูปเรเชลชี้รูปจิตแพทย์ที่บำบัดเมแกน เรเชเลไปพบจิตแพทย์ของเมแกน เรเชลจำผู้ชายคนนึงที่บาร์ได้ว่าเคยเจอบนรถไฟบ่อยๆแถมยังจำได้ว่าเห็นผู้ชายคนนั้นในวันที่เรเชลลงจากรถไฟแถวบ้านแอนนา เรเชลเข้าไปถามผู้ชายคนนั้นเล่าว่าวันนั้นเจอเรเชลหกล้มจะเข้าไปช่วยแต่ถูกเรเชลไล่ เรเชลไปที่อุโมงค์ที่เกิดเหตุก็เริ่มจำได้ว่าวันนั้นเรเชลเจอเมแกนกับทอม ทอมเข้ามมาทำร้ายเรเชลจากนั้นก็ขึ้นรถไปกับเมแกน คือเมแกนกับทอมแอบมีอะไรกันลับหลังแอนนา  สายที่โทรเข้ามาบ่อยๆที่ทอมเมมชื่อเรเชลจริงๆแล้วคือเมแกน เมแกนชวนทอมเข้าป่าไปบอกเรื่องท้องเลยถูกทอมฆ่าตาย แอนนาเองก็เริ่มสงสัยทอมพยายามตรวจสอบแต่ไม่รู้พาสเวิร์ด แอนนาเจอโทรศัพท์ที่ทอมซ่อนไว้ พอเปิดฟังก็พบวอยซ์เมสเสจที่ทอมนอกใจ  เรเชลเจอภรรยาเจ้านายเก่าทอมบนรถไฟ เรเชลเข้าไปขอโทษเรื่องงานเลี้ยงแต่กลายเป็นว่าวันนั้นเรเชลแค่หลับไปที่ทอมถูกไล่ออกเพราะทอมเจ้าชู้เก็บแต้มผู้หญิงทั้งออฟฟิศต่างหาก 

The-Girl-On-The-Train

คือที่ทอมเล่าว่าเรเชลชอบใช้ความรุนแรงจริงๆก็เป็นตัวทอมเองที่อาศัยเรื่องที่เรเชลจำอะไรไม่ได้กล่าวหาแล้งเลิกกับเรเชล เรเชลมาหาแอนนาเตือนเรื่องทอมแต่ทอมกลับมาพอดี ทอมกับเรเชลเถียงกันเรื่องที่ทอมเคยหลอกเรเชลเรื่องเมาอาละวาด แอนนาระเบิดเรื่องโทรศัพท์ที่เจอ ทอมเลยอุ้มลูกออกไป แอนนาโทรแจ้งตำรวจ หลังจากได้ลูกคืนแอนนาก็ยืนมองทอมกับเรเชลต่อสู้กัน เรเชลให้ที่เปิดไวน์แทงที่คอทอม แอนนาลงมาช่วยแทงซ้ำจนทอมตาย ตำรวจมาถึงแอนนากับเรเชลถูกจับแต่ทั้งคู่ให้การตรงกันว่าทอมเริ่มทำร้ายเรเชลก่อน เรเชลแค่ป้องกันตัว หนึ่งปีต่อมาเรเชลยังคงนั่งรถไฟขบวนเดิมแต่ไม่นั่งที่เดิมและไม่มองบ้านสองหลังนั้นอีกแล้ว

หนังฟรีคุณภาพ เรื่องนี้ เล่าเนิบนาบ ช้า และดูเรียบนิ่งไม่มีไคลแมกซ์หรือจุดที่ทำให้ตื่นเต้นเลย ทว่าผมพบว่ามันเป็นเทคนิคในการเล่าเรื่องมากกว่า หนังค่อยๆเล่าค่อยๆเป็นค่อยๆไปไต่ระดับความลุ้นขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับสูงสุดซึ่งเป็นจุดเย็นยะเยือกที่สุด เย็นยะเยือกในที่นี้นี่เย็นจับใจ น่าหวาดหวั่น แต่จะพบกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ก็คือตอนท้ายๆเรื่อง ซึ่งบทมีการพลิกล็อค ไม่ถึงกับอึ้ง เหมือนหนังเปิดทางให้เดาได้ไม่ยากนัก แต่ต้องบอกว่าหนังมีลูกเล่นที่หลอกคนดูได้อยู่หมัด คุณอาจจะเดาทางผิดไปหมดเลยก็ได้

ดราม่า Drama, ดูหนังออนไลน์, หนังอินเดีย

Ankahi Kahaniya | เรื่องรัก เรื่องหัวใจ (2021)

สวัสดีค่า วันนี้เราจะมาแนะนำหนังอินเดียดีๆ คุณภาพ จาก เว็บดูหนังออนไลน์ ที่เพื่อนๆต้องลองเปิดใจดู หนังเรื่องนี้ทำได้ดีมากๆ เทียบชั้นฝั่งฮอลิวู้ดได้สบาย หนังสนุก ดูเพลินได้สาระแง่คิดดีๆ แล้วมุมมองหนังอินเดียของคุณจะเปลี่ยนไป

Ankahi-Kahaniya (2021)

Ankahi Kahaniya ภาพยนตร์อินเดีย ดราม่า Drama กำกับโดย Abhishek Chaubey, Saket Chaudhary, Ashwiny Iyer Tiwari เรื่องย่อ ในขณะที่ชีวิตในเมืองใหญ่หมุนวนรอบตัวพวกเขา วิญญาณที่อ้างว้างก็ค้นพบแหล่งที่มาของการเชื่อมต่อและความเป็นเพื่อนที่น่าประหลาดใจในสามเรื่องของความรัก ความสูญเสีย และความปรารถนา เมืองเป็นสถานที่ที่ยากต่อการอยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณไม่ได้อยู่ในความรัก หรือมองหามันหรือสูญเสียมัน คุณโหยหาชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ แต่ความรักมักจะรักษาบาดแผลซึ่งจะช่วยให้คุณไปได้ไกลกว่านั้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ แต่ก็ยังมีพลังที่จะพาคุณลง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ไหนก็ตามที่ทำให้เราหลงใหลและแทบไม่ปล่อยมือ ผู้กำกับบอลลีวูดผู้มีชื่อเสียงสามคน พาเราผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยวของความปรารถนาและความรักที่คดเคี้ยว

เรื่องราวของ ประทีปและศานติ พนักงานร้านเสื้อผ้า ‘ดีไลต์แวร์’ ศานติมักจะกลับก่อนเวลาเสมอเพราะเขาชอบไปเดตกับสาวๆ ส่วนประทีปอยู่จนร้านปิด เขาเป็นพนักงานที่มีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ทั้ง 2 คนยังแชร์ห้องเล็กๆ ด้วยกัน วันหนึ่งเจ้านายสั่งหุ่นโชว์ผู้หญิงมาไว้ที่หน้าร้าน ประทีปรู้สึกถูกชะตากับหุ่นไร้ชีวิต เขาเคอะเขินเมื่อมองหน้าตาแข็งทื่อของเธอ ไม่นานประทีปก็รู้ตัวเองว่าเขาหลงรักหุ่นตัวนี้ ถึงกับตั้งชื่อให้เธอว่า ปารี หลังจากเลิกงานประทีปจะแอบนำปารีออกนั่งเล่นที่ชายหาดกันสองต่อสอง วันหนึ่ง ศานติเปลี่ยนชุดให้กับหุ่น ซึ่งเป็นชุดที่เซ็กซี่และผิดแผกไปจากสิ่งที่ประทีปเห็นมาตลอด เขาทะเลาะกับศานติ จนเจ้าของร้านไล่ของออกจากงานทันที ประทีปกลับไปยังบ้านเกิดและเล่าเรื่องนี้ให้กับ ศศิ เพื่อนสมัยประถมของเขาฟัง เขาเล่าเปรียบเทียบว่า ความรักที่เขามอบให้กับหุ่น คงไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่คุณตาหลงรักวิทยุ เพราะเขานั่งฟังมันทุกวันและคอยเปลี่ยนถ่านให้มันทุกๆ 3 เดือน แม้วิทยุพัง แต่เขาก็ยังนำมาไว้ข้างตัวเสมอ เธอเข้าใจและไม่ตัดสินใจตัวเขา ไม่นานนัก เจ้านายก็โทรมาตามให้ประทีปกลับไปทำงาน แต่เมื่อเขากลับมารอบนี้ หุ่นผู้หญิงได้เปลี่ยนไปเป็นหุ่นตัวใหม่ เขาขับรถตามหาปารีทั่วเมือง จนไปพบกับเธอที่ร้านขายของเขา ประทีปหยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดฝุ่นที่แก้ม พร้อมกับบอกลาเธอ เนื่องจากไม่อยากให้คนรอบข้างมองว่าเขาเป็นบ้าอีก 

Ankahi-Kahaniya

ตอนที่ 2 เป็นเรื่องราวของ มันจารี หญิงสาววัยรุ่นที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่และญาติๆ ผู้ชาย เธอไม่ได้เรียนหนังสือและแต่ละวันต้องช่วยแม่ทำงานบ้านจนหมดแรง ถ้าหากมีเวลาว่างเธอมักจะไปโรงหนังกับเพื่อนสาว นันดู คือเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่อาศัยกับลุงหลังจากพ่อและแม่ของเขาเสีย เขาช่วยลุงทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตอนเช้าขายอาหารข้างถนนและตอนเย็นต้องมาเป็นพนักงานโรงหนัง วันหนึ่ง มันจารีก็ได้พบกับนันดูที่กำลังขายตั๋วอยู่ ทั้งคู่สบตากันและรู้สึกถูกชะตาทันที คืนนั้นหลังจากดูหนังจบ มันจารีลืมกระเป๋าไว้ในโรงหนัง นันดูจึงช่วยไปหยิบมาให้ หลังจากนั้นมันจารีก็มาดูหนังอยู่ถี่ขึ้นจนโดนแม่ดุ วันหนึ่ง นันดูไปทักทายมันจารีและเพื่อนเพื่อบอกว่าวันพรุ่งนี้มีหนังฟอร์มยักษ์และเขาจะให้ทั้ง 2 มาดูฟรี แต่พอถึงวันนั้นจริง แม่ไม่ให้มันจารีออกจากบ้าน ขณะเดียวกัน ปู่ของนันดูต้องเข้าโรงพยาบาลและเขาต้องไปนั่งเฝ้า วันต่อมา มันจารีโกหกแม่ว่ามาซื้อนม แต่เธอมาหานันดู ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะหนีออกจากเมืองนี้ด้วยกัน ตอนนี้จบลงทั้งคู่นั่งอยู่บนรถบัสคนละคันและมองของที่ระลึกที่ทั้งคู่มอบให้กัน ตอนสุดท้ายพูดถึงหญิงสาวชนชั้นสูงที่จับได้ว่าสามีตัวเองเป็นชู้กับหญิงอีกคนในที่ทำงาน 

 

หนังอินเดีย เรื่องนี้ยังไม่จบนะคะ หากเพื่อนๆอ่านแล้วสนุกกับหนังเรื่องนี้ อย่าลืมไปติดตามดูต่อนะคะ ตอนแรกดูแบบไม่ได้คาดหวังอะไร แต่พอจนจบกลับรู้สึกชอบที่หนังพยายามนำเสนอรูปแบบความรักที่ทั้งแปลกใหม่ คลาสสิค และดุเดือด

ตลก Comedy, หนังฝรั่ง

Kingpin | ไม่ใช่บ้าแต่แกล้งโง่ (1996)

 

หนังตลกร้าย คือหนังที่มีพื้นฐานจากหนังคอมเมดี้ ที่อาจมีส่วนผสมของหนังดราม่า ระทึกขวัญ อาชญากรรม ซึ่งหัวใจสำคัญของหนังประเภทนี้คือ การสอดแทรกเนื้อหาเสียดสีสังคมหรือเรื่องใกล้ตัว ผ่านบทสนทนา และการกระทำของตัวละคร นอกเหนือจากที่เราได้กล่าวไป เราอยากจะแนะนำภาพยนตร์ตลกร้ายอีกสักเรื่อง จาก เว็บดูหนัง มาให้เพื่อนๆได้ลองรับชมกันค่ะ

Kingpin (1996)

Kingpin ภาพยนตร์แนว ตลก Comedy กำกับโดย ปีเตอร์และบ๊อบบี้ฟาร์เรล หนังเกี่ยวกับชีวิตของเด็กหนุ่มดาวรุ่งนักโบว์ลิ่ง จากเมืองเล็กๆใน ไอโอวา ที่เติบโตมาพร้อมกับวิชาโบว์ลิ่งที่พ่อสอน จนเมื่อโตขึ้นก็สามารถคว้าแชมป์ในทัวร์นเม้นที่หนึ่งได้ แต่ดวงชะตาก็พอให้ต้องประสพคบคนชั่วพาให้ชีวิตตกอับสูญเสียสิ่งสำคัญไป 

ซึ่งคนอ่านหลายคนคิดว่า คงเป็นมือที่โยนโบว์ลิ่ง พระเอกของเรา เดินเข้าสู่ทางที่ไร้อนาคต หมดอาลัยในชีวิต เรียกว่าผ่านไปสิบปี ชีวิตดาวรุ่งกลับร่วง ช่วงที่ดีที่สุดที่ควรจะเป็นกลายเป็นช่วงที่ร้ายที่สุดของเค้า ช่วงนี้ของหนังหากมองไปแล้ว คนอายุช่วง 20 กลางๆ หมดไปจนถึง 30 กลางๆ ที่ใช้ชีวิตแบบไร้ค่าควรดูไว้ ช่วงเวลาที่น่าจะดีที่สุดมันอาจไม่ประจวบเหมาะกับโชคชะตา พระเอกของเรา ดำดิ่งจนถึงขั้นทำเรื่องแย่ๆมากมาย จนมาได้เห็นคนที่เล่นโบว์ลิ่งได้ดี จึงเริ่มคิดจะหลอกใช้เพื่อให้ทำประโยชน์ให้แก่ตน โดยการเพิ่มความรู้เกี่ยวกับโบว์ลิ่งที่ตนเองมีเต็มเปี่ยม ทั้งประสบการณ์ ทักษะ เทคนิค ยกเว้นหัวใจที่เค้าไม่เหลือมันมากพอจะเอาออกมาใช้ และด้วยเหตุนี้ เค้าจึงคิดจะให้เด็กหนุ่มซื่อๆชาวนา เล่นโบว์ลิ่งพนันเงินให้เค้า และเค้าก็เริ่มเดินตามเงามืดที่ทำให้ชีวิตเค้าตกต่ำ โดยการพาเด็กชาวนา ไปพนันแบบจับเสือมือเปล่า และแน่นอน อดีตซ้ำรอยคือ เค้าโดนจับได้ และเด็กหนุ่มที่เค้าพามาด้วยกำลังจะต้องเจอสิ่งเลวร้ายพร้อมกับเค้า แต่ด้วยโชค มีสาวสวยช่วยเค้าไว้ แต่เธอคนนี้ก็ไม่ใช่นางฟ้า หากแต่เป็นคนที่โชคร้ายอีกคนนึงที่ได้บังเอิญมาร่วมผจญภัยกันในหนังเรื่องนี้  

Kingpin

ในหนังสร้างให้ทั้งสามคนผ่านเรื่องตลกๆ ( ค่อนข้างจะตลกร้าย ) หลายเรื่องโดยตระเวรหลอกกินเงินคนเล่นโบว์ลิ่งไปทั่วเส้นทางไป รีโน่ เมืองแห่งการพนัน และหวังให้เด็กชาวนา เข้าแข่งเพื่อเงินรางวัลใหญ่ และเพื่อเอาเงินมาแบ่งกันโดยที่พระเอกของเรารู้ขั้นตอนทุกอย่าง ช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านไปของพระเอก ดูเหมือนเวลาที่ถูกหยุดไว้ กำลังเริ่มเดินหน้าอีกครั้ง หากได้เงินรางวัลจากการแข่งโบว์ลิ่งในครั้งนี้ แต่โชคชะตาก็พาให้มีเหตุ ทำให้เด็กชาวนาข้อมือหัก และไม่สามารถเข้าแข่งได้ จากทุกสิ่งที่สร้างมา ตั้งแต่เริ่มพบเด็กชาวนา สอนเทคนิคการเล่นทุกอย่าง จนถึงพามายัง รีโน ฝันเหมือนจะสลายเหมือนปราสาททรายโดยคลื่นลูกเดียวซัด แต่แล้ว เด็กชาวนา ก็แสดงความเห็นออกมาในสถานการณ์ คับขัน ว่า “ทำไมพระเอกไม่เล่นเองล่ะ” ทุกอย่างที่สอนให้เด็กชาวนารู้ดี และดูเหมือนว่าพระเอกของเราก็น่าจะรุ้ดี เพียงแต่ว่า เค้าไม่กล้าจะทำม้ันด้วยตัวเอง มานานมากจึงต้องหาคนทำสิ่งที่กล้าหาญนี้แทน อดีตที่หลอกหลอนในวันวานกับเหตุการณ์ที่ผ่านมานานคงจำเป็นต้องจบลง และทำใจกล้าเดินหน้าเข้าสนาม ตกลงพระเอกลงแข่ง แต่คนที่ไม่ได้แข่งมานานย่อมต้องการกำลังใจ แต่กลายเป็นว่า ทั้งเด็กชาวนา และสาวสวยที่พบระห่างทางต่างหายกันไปหมด เหลือให้พระเอกของเรา รับศึกหนักคนเดียว 

ผลการแข่งขันและบทสรุปจะจบลงอย่างไร อยากให้เพื่อนๆ ไปหา หนังเต็มเรื่อง ดูกันเองดีกว่าค่ะ หลังจากนี้จะเป็นการสรุปของหนังค่ะ หาเพื่อนๆไม่อยากอ่านก็ข้ามไปได้เลย คงจะเป็นเรื่องของบางครั้งที่ชีวิตมันก็ไม่เป็นไปอย่างใจ และการหวังพึ่งคนอื่นเพื่อไปยังจุดหมาย อาจเป็นความคิดที่ผิดก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เราอาจจะเป็นคนที่พึ่งพาได้มากที่สุดก็ได้ ลองหามาดูกันค่ะ หนังตลกร้ายสกปรกนิดหน่อยนะ แต่มองลึกๆ มันคือหนังดีมากเรื่องนึงเลยละ

ดูหนังออนไลน์, ตลก Comedy, หนังไทย

ChayKlang The Musical | ละครเวที ชายกลาง เดอะมิวสิคเคิ่ล (2019)

 

เมื่อย้อนกลับไปเมื่อช่วง พ.ศ. 2550 ครั้งนั้นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ตัวละคร ‘ชายกลาง’ ได้เปิดตัวในฐานะตัวละครหลักของ เว็บดูหนังออนไลน์ ละครเวที (ที่ไม่ใช่มิวสิคัล) ในชื่อว่า ละครเวที ชายกลาง: โศกนาฏกรรมในจังหวะแทงโก้ กำกับโดย สังข์-ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม อีกทั้งยังได้ ประภาส ชลศรานนท์ เป็นคนควบคุมการผลิตด้วยตนเอง โดยดัดแปลงมาจากละครเวที ประจำปี 2546 ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “ปริศนา” และครั้งนี้ผู้กำกับ “สังข์ ธีรวัฒน์” ก็ได้หยิบละครเรื่องนี้มีรเมคใหม่ในชื่อ ชายกลาง เดอะมิวสิคเคิ่ล

ChayKlang-The-Musical (2019)

ละครเวที ชายกลาง เดอะมิวสิคเคิ่ล เป็นภาพยนตร์แนว ตลก Comedy นำแสดงโดย ชินวุฒ อินทรคูสิน (ชิน) เป็น พระเอกหน้าโง่ (ชายกลาง) นลิน โฮเลอร์ (ซาร่า) เป็น นางเอกจอมแก่น (ปริศนา) ยุทธนา บุญอ้อม (ป๋าเต็ด) เป็น บก.ขี้บ่น (บก.วิทิต) พิจิกา จิตตะปุตตะ (ลูกหว้า) เป็น เมียเจ้าน้ำตา (พร) อิชณน์กร พึ่งเกียรติ์รัศมี (จ๋าย) เป็น นักเขียนไส้แห้ง (สมชาย) อัญชุลีอร บัวแก้ว (ป้าไก่ The Voice) เป็น หม่อมป้าบ้าเงิน (หม่อมชุลี) จมาพร แสงทอง (ตุ๊กตา The Voice) เป็น พี่สาวสายบู๊ (อนงค์) และ ปิติพงษ์ ผาสุขยืด (พีท Overme) เป็น รุ่นพี่ผู้หวังดี (ภักดี)

‘สมชาย’ นักเขียนไส้แห้ง ผู้ยึดมั่นอุดมการณ์จะเขียนหนังสือที่ฉลาดประเทืองปัญญาเท่านั้น ตามแบบไอดอลรุ่นพี่ของเขา ‘ภักดี’ และปฏิญาณตนว่าจะไม่มีวันเขียนนิยายโง่ๆอย่างที่คนอื่นเขียนกัน ทำให้สมชายต้องทะเลาะกับ ‘บก.วิทิต’ อยู่เสมอ เพราะหนังสือที่สมชายเขียนนั้นขายไม่ออกเลย แต่ไม่ว่าบก.จะพูดยังไง สมชายก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจมาเขียนนิยายสักที จนถึงวันที่สมชายไม่มีเงินจะกินข้าวแล้ว ต้องให้ ‘พร’ แฟนสาวแสนดีของเขาค่อยๆนำข้าวของในบ้านไปจำนำเพื่อนำเงินมาซื้อข้าวกิน และวันนี้เขาบังคับให้พรนำล็อกเกตที่ตัวเองให้ไว้ไปจำนำ แต่พรก็ไม่อยากทิ้งของมีค่าขนาดนี้ไป ทำให้ต้องไปขอข้าวจากบ้านข้างๆเพื่อประทังชีวิตแทน สมชายจึงคิดทบทวนเรื่องการเขียนนิยาย และตัดสินใจยอมลดตัวลงมาเขียน ‘นิยายกระจอกๆ’ โดยใช้นามปากกาว่า ส.ปิยบุตรนิยายของ ส.ปิยบุตร กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก เรื่องราวของ ‘ท่านชาย’ ผู้สูงศักดิ์ที่โดนพินัยกรรมของท่านพ่อ บังคับให้แต่งงานกับหญิงสาวแก่นแก้วธรรมดาๆอย่าง ‘ปริศนา’ ท่ามกลางการขัดขวางจาก ‘หม่อมแม่’ และ ‘มาหยารัศมี’ ผู้หมายปองท่านชายอยู่ นิยายดำเนินไปตามสูตรทุกอย่างที่นิยายไทยควรจะมี การปลอมตัว การเข้าใจผิด การลักพาตัว ฯลฯ และเรื่องราวก็ดำเนินไปเรื่อยๆจนเกือบถึงตอนสุดท้าย…

ChayKlang-The-Musical

ตอนนั้นเองภักดีได้ค้นพบว่าจริงๆแล้ว ส.ปิยบุตร ก็คือสมชายนั่นเอง ภักดีทั้งโกรธทั้งผิดหวัง และพยายามตัดความสัมพันธ์กับสมชาย สมชายเสียใจมากเลยบอกว่าจะไม่เขียนนิยายต่อไปแล้ว แต่บก.ก็บังคับให้สมชายต้องเขียนตอนจบให้ได้ เพราะมีคนรออ่านรอซื้ออยู่จำนวนมาก สมชายจึงเขียนตอนจบประชดบก.ให้ทุกคนในเรื่องตายทั้งหมด บก.แย้งว่าจบแบบนี้ไม่ได้และมีปากเสียงกัน จนในที่สุดความจริงก็เปิดเผยว่า บก.เป็นพ่อแท้ๆของสมชาย และยังน้ำเน่าไปกว่าเดิมอีกเมื่อภักดีเข้ามาเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเขาก็เป็นพี่ชายคนละแม่กับสมชาย ภักดีโกรธแค้นบก.ผู้เป็นพ่อมากที่ทิ้งไป และพยายามจะยิงสมชายคนที่บก.รักที่สุด แต่บก.เข้ามาขวาง ภักดีจะยิงสมชายอีกทีแต่คราวนี้พรก็เข้ามาขวาง และสุดท้ายเพื่อให้สมชายได้ลิ้มรสการทรมานที่ไม่เหลือคนที่รักอยู่เลยบ้าง ภักดีก็ยิงตัวตายไป ในที่สุดแล้วตัวละครทั้งในนิยายและชีวิตจริงก็ตายจากไปทั้งหมด ชีวิตของสมชายซ้อนทับกับนิยายที่เขาเขียนราวกับเป็นเรื่องเดียวกัน ช่วงเวลาสุดท้ายในขณะที่พรอยู่ในอ้อมกอดสมชายก่อนสิ้นใจ พรขอให้สมชายเล่าตอนจบจริงๆให้ฟัง สมชายเล่าตอนจบที่สวยงามและมีความสุขมากๆใหัพรฟัง ก่อนพรจะเงียบหายไป เหลือแต่ภาพสมชายตระกองกอดความว่างเปล่า หลังจากนั้นสมชายก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่พ่อมอบมรดกทิ้งไว้ให้ และได้แต่งงานกับ พร ผู้ที่รอดชีวิตมาได้เพราะกระสุนไปโดนล็อกเก็ตที่เธอไม่ยอมนำไปจำนำ สมชายจึงได้โอกาสกลับมารักพรอีกครั้ง

เป็น ละครออนไลน์ เพลงอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดแง่มุมเกี่ยวกับความน้ำเน่าของละครไทยออกมาได้อย่างน่าสนใจ ผ่านตัวละครที่มีทัศนคติตรงกันข้ามกันอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้บางช่วงมุมมองสุดโต่งของตัวละคร จะทำให้ไม่สามารถดึงอารมณ์​ร่วมของผู้ชมได้เท่าที่ควร แต่การผสมผสานความตลกขบขันและแง่คิดที่ลึกซึ้ง ทำให้ชายกลาง เดอะมิวสิคัล ก็ยังเป็นละครเพลงที่ผู้ชมสามารถดูแล้วอมยิ้มไปได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง

Dolemite Is My Name | โดเลอไมต์ ชื่อนี้ต้องจดจำ (2019)

 

สวัสดีค่า วันนี้เราจะมาพูดถึงหนังเกี่ยวกับการสร้างหนังยุค 70s ที่หน้าปก หนังชนโรง อาจจะไม่ชวนดูจากความเชยหลายๆ อย่าง แถมตัวเนื้อเรื่องที่สร้างจากชีวประวัติของ Dolemite ก็ไม่ได้เป็นคนดังที่คนไทยรู้จักกันเลยสักนิด แต่ก็ต้องการันตีกันเลยว่า หนังมีความน่าสนใจเมื่อ “เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่” กลับมาแสดง แถมเป็นบทที่เกือบหมือนกับชีวิตตัวเขาเองเสียด้วยซ้ำ

Dolemite-Is-My-Name (2019)

Dolemite Is My Name ภาพยนตร์แนว ชีวิตจริง Biography ของผู้กำกับ เครก บรูเออร์ นำแสดงโดย เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่, เวสลีย์ สไนปส์, คีแกน-ไมเคิลได้มีเค้าโครงที่ได้สร้างจากเรื่องจริงของ Rudy Ray Moore รับบทโดยดาราเจ้าบทบาทผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ เอ็ดดี้เมอร์ฟี เป็นคนดังของยุค 70-80s และเป็นตำนานนักแสดงตลกตกอับพยายามหาวิธีเพื่อพิสูจน์ตนเองกลับมาโด่งดังในชื่อ “โดเลอไมต์” ซึ่งเป็นตัวตนสุดห่ามที่วางเดิมพันสำคัญเพื่อนำเสนอความสามารถสู่จอเงินอีกครั้ง

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวของ Rudy ก่อนจะมาเป็น “โดเลอไมต์” ที่ไม่ใช่เกิดจากโชคช่วยหรือพรสวรรค์ แต่มาจากพรแสวงอย่างหนักให้ผู้คนจดจำเขาได้ จากเดิมที่เขาเพียงพนักงานในร้านขายแผ่นเสียงธรรมดา ที่ใช้เวลาฝึกทำเพลงร้องเพลงหาทางให้คนรู้จัก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมาค่อนชีวิต ก่อนจะได้โอกาสทดลองเดี่ยวไมโครโฟนในผับที่เขาทำเป็นงานเสริมครั้งแรก และได้รับการตอบรับอย่างดี จนกลายเป็นจุดพลิกทำให้เขาเริ่มคิดไกลออกแผ่นเสียงขาย (เป็นยุคก่อนเทปคาสเซ็ตจะมาบูม) แม้จะหาทุนมาผลิตจนสำเร็จ แต่ก็ไม่มีร้านที่ไหนรับไปขาย เนื่องจากมุกที่เขาเล่นมันสัปดนเกินกว่าที่ร้านบนดินจะกล้าขาย สุดท้ายก็เลยตระเวณเปิดท้ายรถขายเอง แล้วก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นงานอินดี้สุดฮิตในหมู่คนดำ จนค่ายเพลงสนใจเอาเขาเข้าสังกัด และก็ดังจนติดชาร์ทบิลบอร์ดจนได้ แต่ความฝันเขาไม่ได้หยุดแค่นั้น จากนักร้องแร็ปตลกเดี่ยวไมโครโฟนยุคแรกกลับฝันไกลไปยังวงการหนังฮอลลีวู๊ด ที่ซึ่งยุคนั้นคนผิวขาวยังมีอิทธิพลอย่างสูง เขาคิดสร้างหนังโดยเอาชื่อโดเลอไมต์มาใช้ทำเป็นมูวี่ แต่วงการนี้ไม่ง่าย งานสร้างหนังเรื่องนี้กลายเป็นการเดิมพันหมดตัวเพื่อทำฝันให้เป็นจริง

Dolemite-Is-My-Name

นี่เป็นเรื่องราวการไล่ตามความฝันของชายคนหนึ่ง ซึ่งทุกคนเคยบอกว่าเขาไม่ใช่ เขาเป็นไม่ได้ แม้แต่พ่อของเขาเอง แต่เขาไม่เคยย่อท้อต่อคำกล่าวเหล่านั้น และบุกเบิกสร้างทางให้ตัวเองมาตลอดชีวิตจนประสบความสำเร็จ และยังนำพาเพื่อนพ้องมาร่วมทีมสร้างฝันนี้ให้สำเร็จด้วยกันเป็นทีม แม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในการทำหนังเลยก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อมั่นในมุมมองของตัวเองสุดโต่งว่า เนื้อเรื่องแนวแอ็กชั่น นักฆ่ากังฟูคนดำ+กองทัพกังฟูหญิง มันดี สนุก ฮา แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน นี่จึงเป็นงานสร้างหนังอินดี้ที่ใส่ความเป็นตัวเองลงไปทั้งหมด ซึ่งในสายตาคนนอกมีแต่คนส่ายหน้า หนังไม่ได้รับการยอมรับจากสตูดิโอจัดจำหน่าย หรือแม้จากตัวผู้กำกับเรื่องนี้เองก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าผลงานของตัวเองเจ๋งแน่นอน สุดท้ายความพยายามเขาก็ไม่สูญเปล่า และวงการฮอลลีวู๊ดก็ต้องหันกลับมาทบทวนว่าพลาดไปอย่างแรงกับหนังจากลูกบ้าของโดเลอไมต์คนนี้ หนังมีมุกแก๊กตลกในเรื่องที่เกิดจากโดเลอไมต์ดัดแปลงใส่ลงไปเอง โดยที่ผู้เขียนบทที่เขาดึงมาจากละครเวทีไม่ได้เขียนไว้ ซึ่งก็บ้าบอมากหลายๆ อย่าง เช่น ฉาก sex กับสาวผิวขาวจนห้องถล่มเพดานพังลงมา รวมถึงมุกตลกจากเส้นทางธุรกิจที่มาจากเรื่องจริงอย่าง สตูดิโอมาจากตึกร้างไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องขโมยไฟจากตึกข้างๆ มาแทน

นี่เป็นหนังที่ดูแล้วสร้างแรงบันดาลใจให้มีชีวิตไล่ตามฝัน แม้จะมีอุปสรรคมากแค่ไหน ขอแค่ไม่ท้อถอยสักวันก็มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริงได้ และก็ไม่ต้องไปแคร์คนนอกที่มาวิจารณ์ความฝันของเรา หนังชีวประวัติ เรื่องนี้บอกเล่าถึงคนผิวสีตัวจ้อยหวังจะสร้างชื่อ เป็นที่ยอมรับด้วยการสร้างตัวตนเป็นพ่อเล้า ผ่านอุปสรรคและเรื่องราวสู้ชีวิต ชวนหัวด้วยมุกผรุสวาทแสนคล้องจองตามบุคลิกที่รูดี้สร้าง มาพร้อมกับการแสดงของ เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ และ เวสลีย์ สไนป์ ที่วาดลวดลายได้แพรวพราวมาก ๆ ค่ะ

 

ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, ผจญภัย Adventure, หนังฝรั่ง, แฟนตาซี Fantasy

Bridge To Terabithia | สะพานมหัศจรรย์ (2007)

 

สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแฟนตาซี หลงใหลกับเรื่องราวอัศจรรย์และเพลิดเพลินไปกับความน่าเหลือเชื่อ  วันนี้ เว็บดูหนัง ของเอาใจชาวคอหนังด้วยการแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Bridge To Terabithia ภาพยนตร์ที่ดูง่ายๆ เบาสมอง เหมาะสำหรับวันหยุดว่างๆค่ะ

Bridge-To-Terabithia (2007)

Bridge To Terabithia เป็นภาพยนตร์แนวผจญภัย แฟนตาซี Fantasy กำกับโดย เกเบอร์ ซูโป เป็นเรื่องราวของ เจส (Josh Hutcherson) เด็กผู้ชายที่ไม่ยุ่งกับหมู่สังคมจึงเป็นที่กลั่นแกล้งจากเพื่อนๆและรุ่นพี่ และเพราะด้วยความเก็บตัวทำให้ต่างมองว่าเป็นพวกขี้แพ้ไม่มีทางสู้ แต่แล้วการเข้ามาของเด็กใหม่เลสลี่ (Anna Sophia Robb) ทำให้ชีวิตของเจสต้องเปลี่ยนไปด้วย เพราะความสนิทสนมที่เริ่มมากขึ้นจนกลายเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ทิ้งห่าง 

จนวันหนึ่งเจสและเลสลี่ได้ไปที่ป่าแห่งหนึ่งซึ่งมีเชือกผูกอยู่ เจสและเลสลี่ได้โหนเชือกนั้นไปอีกฝากหนึ่ง แล้วเลสลี่เกิดความคิดอย่างหนึ่ง ในขณะที่เจสมองว่าเป็นเรื่องไม่มีอยู่จริงก่อนจะคิดใหม่ จนกระทั้งบางอย่างมีอยู่จริงขึ้นมาและตั้งชื่อว่า ทีราบิเตีย ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องเหลือเชื่อมากมายกับการต่อสู้ระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการ ทีราบิเตีย คืออาณาจักรของคนทั้งสองที่ตรึงความคิดระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความคิดของจินตนการที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราว ถ่ายทอดสู่สายตาแห่งการตอบสนองของเลสลี่และเจส ในที่แห่งนี้จะไม่มีใครรู้ลึกเห็นชัดเท่าคนทั้งสองที่เป็นประหนึ่งผู้สร้างและทำให้เกิดเรื่องราวขึ้น กับโลกแห่งความจริงไม่มีสิ่งใดที่น่าเหลือเชื่อกว่าโลกของความคิดที่นำพาสู่โลกของส่วนตัวที่ประหนึ่งบ้านของตัวเอง ที่เกิดขึ้นเพราะเจตนารมย์สำนึกของตนเองที่ผ่านเวลาในการดำเนินชีวิตจนแปรสภาพเป็นโลกคู่ขนานที่พร้อมผ่านไปด้วยกันทั้งเรื่องจริงและจินตนาการที่ต่างพึ่งพิงอาศัยเพื่อค้ำจุ้นอีกสิ่งหนึ่งดังความสำคัญที่ขึ้นอยู่กับบริด แต่ก่อนบริดจะเชื่อมเข้าสู่โลกคู่ขนานได้นั้นเป็นเรื่องระหว่างความสัมพันธ์และรู้ใจกันของเลสลี่กับเจสที่ต้องสื่อใจถึงใจได้อย่างเป็นอันหนึ่งเดียวด้วยวิธีการของเลสลี่ที่มีความคิดกับคำที่ว่า”เปิดใจให้กว้าง” ซึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะกลายเป็นผู้สร้าง ทีราบิเตีย นั้นไม่ได้มาเพราะโอกาส แต่เป็นการให้โอกาสของเจสที่ว่าจะยอมรับเลสลี่ผู้ชนะการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งๆที่เจสตั้งความหวังเอาไว้อย่างสูง และจากที่คิดว่าต้องได้ที่หนึ่งกลายเป็นว่าต้องเสียตำแหน่งเพราะเด็กใหม่เลสลี่ที่ทำให้เขาต้องแพ้ การแพ้ของเจสเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดทางใจด้วยเหตุที่ว่ามีปมในใจอยู่มากมาย ซึ่งมักทำให้ถูกเพื่อนล้อบ่อยๆว่า “Loser” 

Bridge-To-Terabithia

 

เจสเป็นเด็กมัธยมต้นที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเพื่อนหรือทางสังคมเป็นอย่างดี รวมถึงภายในครอบครัวที่ไม่ได้ผูกให้ความรักอย่างจริงจังเหมือนรักเข้าข้างน้องมากกว่า ทำให้มีสถานะภาพเป็นพวกเก็บตัวและยากจะสนิทสนมกับใคร แต่ในความเป็นพวกขี้แพ้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพวกไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวซะทุกอย่าง เพียงแต่ในความหมายของ Loser นั้นเป็นความคิดของเพื่อนๆที่ไม่เคยเห็นว่าเจสจะมีอะไรดีและน่าสนใจ จนกระทั้งช่วงเวลาแห่งหารคว้าชัยชนะคือการวิ่งซึ่งแน่นอนว่าเจสกำลังจะชนะ แต่ต้องเปลี่ยนไปเพราะเลสลี่ผู้ลงแข่งด้วยเหตุที่ว่าอยากคบเพื่อนสักคน เลสลี่คือผู้หญิงที่มองโลกด้วยจินตนาการของตัวเองล้วนๆที่ให้ผลลัพธ์แบบบริสุทธิ์เพราะเลสลี่ไม่ได้มีทีวีที่บ้านดูเลย แต่ด้วยมุมมองที่กว้างเกินหน้าจอทีวีจะให้ได้นั้นเกิดจากครอบครัวที่เป็นนักเขียน และด้วยความสัมพันธ์นี้เองทำให้เธอเปี่ยมด้วยทัศนมุมมองของโลกที่เป็นมากกว่าโลกที่คุ้นเคยกับการเปิดใจเพื่อยอมรับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

ในช่วงแรกหนังดำเนินเรื่องตามสูตรของ หนังครอบครัว ทั่วไป โดยมีเจสเป็นเด็กชายที่แสนจะทุกข์ยาก ที่บังเอิญได้มาเจอกับ เลสลี ที่เปรียบได้ดั่งนางฟ้าที่มาทำให้ชีวิตที่เส็งเคร็งของเขามีอะไรขึ้นมา ตัวหนังดำเนินมาเรื่อยๆ จนคนดูรู้สึกผ่อนคลายกับเนื้อเรื่องที่ดำเนินไปตามจินตนาการของตัวละครเด็กทั้งสอง ก่อนที่จะถูกกระชากอารมณ์ด้วยจุดหักเหของหนัง ที่เปลี่ยนจากหนังครอบครัวดูสบายๆ เรื่องหนึ่งเป็นหนังดราม่าค่ะ