Dora And The Lost City Of Gold | ดอร่าและเมืองทองคำที่สาบสูญ (2019)

Dora-And-The-Lost-City-Of-Goldm (2019)

 

เดิมที Dora The Explorer คือแอนิเมชันซีรีส์ช่อง เว็บดูหนัง นิโคโลเดียน และ นิค จูเนียร์ ที่มุ่งสอนบทเรียนหลากหลายแก่เหล่าหนูน้อย เป็นแอนิเมชันส่งเสริมการศึกษาที่ดูสนุก และมีเอกลักษณ์ตรงสาวน้อยผมหน้าม้าอย่างดอร่า มักจะชักชวนให้เด็กๆได้ทบทวนบทเรียนที่เธอเพิ่งสอนไป รวมถึงเอกลักษณ์สำคัญคือ การตะโกน แบ็คแพค และนี้ก็คือฉบับ Live Action ที่จะมาชวนให้เพื่อนๆที่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้ ได้ดูอีกครั้งในฉบับคนแสดงค่ะ

Dora-And-The-Lost-City-Of-Goldm (2019)

Dora And The Lost City Of Gold เป็นภาพยนตร์ ผจญภัย Adventure แนว ครอบครัว Family เรื่องย่อ เรื่องราวเกี่ยวกับ ดอร่า (อิซาเบล่า โมเนอร์) สาวน้อยนักผจญภัย ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวนักสำรวจในป่า แล้วย้ายเข้ามาเรียนมัธยมปลายในเมือง เธอเข้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่พร้อมกับ “บูตส์” ลิงเพื่อนรัก, ดีเอโก (เจฟฟรีย์ วอห์ลเบิร์ก), บุคคลลึกลับที่อยู่ในป่า (ยูเฮนิโอ เดอเบซ) และกลุ่มวัยรุ่น เพื่อช่วยพ่อแม่ของเธอ (อีวา ลองโกเรีย และไมเคิล พีนา) และไขปริศนาของเมืองทองคำที่สาบสูญ

ว่าด้วยเรื่องของดอร่า ลูกสาวของนักสัตววิทยา และนักโบราณคดีที่เชี่ยวชายด้านภูมิศาสตร์เป็นเลิส ภาพตัดสลับเหตุการณ์อีก 10 ปีผ่านไป เมื่อดอร่าเติบโตเป็นวัยรุ่น แม้เธอจะยังคงรักการผจญภัยในป่า แต่ด้วยอายุของเธอนั้น ดอร่าไม่มี “สังคมเพื่อน” ที่เป็นมนุษย์สักเท่าไหร่ พ่อและแม่ของเธอจึงส่งดอร่าไปเข้าโรงเรียนมัธยมและให้เธอไปพักพิงกับคุณยาย (เอเดรียนา บาร์ราซา) และดิเอโก้ (เจฟฟ์ วอห์ลเบิร์ก) ลูกพี่ลูกน้องของเธอ ซึ่งดิเอโก้ให้นิยามโรงเรียนว่า “เป็นสถานที่เอาตัวรอดทางสังคม” ในอีกรูปแบบหนึ่ง มีความน่ากลัวไม่ต่างอะไรจากป่าเช่นกัน งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับแม่ทาร์ซานสาว ที่ต้องออกมาผจญภัยในป่าคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การมีเพื่อน หรือทุกๆ อย่างมันช่างยากไปเสียหมด กระทั่งวันหนึ่ง การไปทัศนะศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติจะทำให้เธอ และเพื่อนๆ อีก 3 คนถูกจับตัวไปที่ต่างประเทศอันเป็นป่าดงดิบ ที่นี่เธอโดนบังคับให้ออกตามรอยพ่อแม่ของเธอ และเพื่อตามหาแผนที่ที่จะนำเหล่าคนใจบาปไปยังเมืองแห่งทองคำโบราณนามว่า “พาราพาต้า” งานนี้ดอร่าจึงต้องออกผจญภัยเพื่อช่วยพ่อแม่ของเธอ และสำรวจเมืองสาบสูญนั้นให้จงได้ 

Dora-And-The-Lost-City-Of-Gold

แน่นอนว่าการปรับตัวเข้ากับสังคมโรงเรียนไฮสคูลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิดเดียว แต่ดอร่าเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับตัวเองมาก เป็นตัวของตัวเองจนกลายเป็นเป้าสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ แต่เมื่อ Dora and the Lost City of Gold ไม่ใช่หนังแบบเดียวกับ Mean Girls (2004) ที่จะมาวิพากย์สังคมไฮสคูลอเมริกัน หนังจึงย้ายน้ำหนักไปที่การผจญภัยค้นหาขุมทรัพย์กับเมืองพาราพาต้าที่สาบสูญแทน โดยระหว่างนั้นเอง ความสนุกของเรื่องราวจึงยั่วล้อกับขนบหนังตามหาสมบัติ การวิพากย์พฤติกรรมของตัวละครที่ดูแปลกประหลาดในหนังตระกูลนี้ (ซึ่งหนังก็จะจิกกัดตัวเองผ่านตัวละครผองเพื่อนของดอร่า) หรือการที่ตัวละครต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆในป่า ก็เป็นอรรถรสที่ทำให้ผู้ใหญ่และน้องๆหนูๆสนุกไปด้วยกันอย่างไร้พิษภัยใดๆ

รีวิวหนัง หนังสนุกดีค่ะ แต่ไม่ได้คิดว่าจะสนุกระดับที่ผู้ใหญ่ดูกันประมาณเด็กชอบ ไม่ซับซ้อนเรียบง่ายเบาสมอง และจบตามสูตรสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น การผจญภัยค่อนข้างสนุกและไหลลื่นไม่ติดขัด แต่สิ่งที่ขัดใจคือความง่ายและการโกงอย่างไม่สมเหตุสมผล ซึ่งบทจะรอดก็รอดได้อย่างสบายราวกับบทเขียนบังคับให้ผ่านฉลุย แม้สถานการณ์จะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ช่างไว้ก่อน ขอให้ตัวละครอยู่รอดปลอดภัยก็เพียงพอ ถ้าไม่เคยเห็นเป็นการ์ตูนมาก่อนคงไม่เข้าใจว่าทำไมบางฉากถึงไม่สมเหตุสมผล