ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง

Fierce | กู่ร้องให้ก้องรัก (2020)

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ รีวิว หนังชนโรง วันนี้แนวหนังที่เราหยิบมานั้น เป็นหนังแนวประกวดร้องเพลง เป็นหนังสัญชาติโปแลนด์ที่สตรีมมิ่งทาง Netflix สำหรับใครที่ไม่อยากอ่านสปอย ก็สามารถเปิดดูเรื่องเต็มได้เลยค่ะ

Fierce (2020)

Fierce (กู่ร้องให้ก้องรัก) ภาพยนตร์แนว ครอบครัว Family หนังกล่าวถึงออสตร้า (คาตาไซนา ซอว์ฟซุค) สาวบ้านนาที่เป็นนักเรียนไฮสคูลแสนธรรมดา เอาเข้าจริงเธอเป็นหญิงสาวหัวขบถที่แทบไม่ได้สนใจเรื่องร้องเพลงแม้แต่น้อย ในขณะที่บรรดาเพื่อนในวัยเดียวกันกรี๊ดกร๊าดกับรายการประกวดร้องเพลง “มิวสิคเรซ” จนแทบคลั่ง โดยรูปแบบรายการนั้นก็แทบจะไม่แตกต่างอะไรกับรายการดังอย่างอเมริกันไอดอล (หรือ เดอะสตาร์บ้านเรา) ที่มีสามกรรมการเซเลบริตี้ชื่อดัง คอยตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันเข้ารอบต่อไป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโอลอ (มาเซจ ซาโคไซลินน์) ผู้เคยเป็นคนรักเก่าของแม่ออสตร้าและเป็นพ่อแท้ๆของออสตร้าด้วย อันที่จริงออสตร้าไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำไปว่าเธอจะเข้าร่วมประกวดมิวสิคเรซ แต่เธอแค่อยากจะพาแม่ของเธอไปเจอกับคนรักเก่า (อย่างน้อยก็รักจนมีลูกด้วยกัน หรือจริงๆอาจจะแค่เมาแล้วมีอะไรกันก็ได้) 

แต่เมื่อฝั่งโอลอ ไม่ได้สนใจใยดี ออสตร้าจึงเกรี้ยวกราดและตัดสินใจเอาน้ำไปสาดหน้าจนเกิดเป็นคลิปไวรัลที่เรียกยอดวิวจากผู้ชมได้เป็นหลักล้านในเวลาสั้นๆ และกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ออสตร้าได้เข้ารอบร้องสดแบบงงๆ แม้ตัวโปรดิวเซอร์รายการจะแค่ต้องการให้ออสต้รามาเป็นตัวดราม่าประจำรายการ แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเธอเปล่งเสียงร้องเพลงออกมา เนื้อเสียงของเธอก็ไพเราะและจับใจกรรมการ รวมไปถึงผู้ชมที่เห็นพ้องต้องกันว่าเธอสมควรจะได้เข้ารอบต่อไป เว้นเสียแต่โอลอที่ดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ สวนทางกับกรรมการอีกสองคนที่ให้เธอผ่านเข้ารอบ ออสตร้าจึงได้ไปต่อในรายการนี้ เมื่อถึงรอบเก็บตัวออสตร้าวางแผนว่าการแข่งขันครั้งนี้อาจจะเป็นโอกาสให้แม่ของเธอได้กลับมาคืนดีกับโอลออีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าโอลอกลับอยากจะจ่ายเงินปิดปากให้ออสตร้าถอนตัวจากรายการนี้ ด้วยความโกรธและคับแค้นใจว่าการที่พ่อของเธอพูดแบบนั้น ไม่ต่างอะไรจากการขับไล่ไสส่งเธอและแม่ให้ออกไปพ้นทาง 

Fierce

ออสตร้าจึงไม่ล้มเลิกความตั้งใจและทางเดียวที่เธอจะทำในเวลานี้คือยืนบนเวทีและเลือกบทเพลงที่กระแทกกระทั้นใจพ่อของเธอที่นั่งดูโชว์ในทุกๆรอบ ความเกรี้ยวกราดที่เป็นแรงขับเคลื่อนตัวละครออสต้ราตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องนั้น ทำให้ Fierce ประกวดร้อง ทวงรักจากพ่อ!  กลายเป็นหนังร้องเพลงที่มีอะไรมากกว่าตามล่าฝันธรรมดา แม้จะไม่ได้มีอะไรเหนือความคาดหมาย แต่ด้วยการบิดเส้นเรื่องให้ดูมีอะไรน่าสนใจมากกว่าแค่เด็กสาวที่อยากจะทำความฝันให้เป็นจริง กลายเป็นการเอาชนะเพื่อทำให้โลกเห็นว่า ต่อให้คนเป็นพ่อ (ที่ไม่เคยสนใจใยดีเธอเลย) ไม่เห็นแต่หลายๆคนมองเห็นและชื่นชม นั่นน่าจะเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดที่ออสตร้าควรโอบรับความรู้สึกนั้นไว้ตลอดกาล

ฉากที่เราประทับใจที่สุด คือฉากคุณพ่อรูปหล่อที่เป็นถึงซุปตาร์ ไม่รู้ว่าตัวเองเคยไปไข่ทิ้งไว้ที่บ้านนอก ลูกสาวผู้ที่พ่อไม่เคยยอมรับว่าเป็นลูก เลยพยายามเข้ามาประกวดในรายการร้องเพลง เพื่อแก้แค้นแทนแม่และอยากให้พ่อยอมรับในตัวเธอ แต่บทเรียนราคาแพงที่ลูกสาวและพ่อของเธอ ต่างต้องเจอและได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในแต่ละมุมมองที่จะทำให้เราซึ้งจนพูดไม่ออก หนังยังคงมีการสอดแทรกมุกตลกเข้ามาแบบยิ้มๆ เป็น หนังFeelfamily ที่ควรค่าแก่การดูกับพ่อแม่มากๆ

ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง

Mia And The White Lion | มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์ (2018)

 

สำหรับคนรักสัตว์แล้ว นี่เป็นเรื่องที่แค่เห็นตัวอย่าง เห็นใบปิดแล้วก็มั่นใจว่าไปดูแน่ๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ด้วยความน่ารักของมิตรภาพระหว่างน้องสิงโตเผือก ชาลี กับสาวน้อยวัยกำลังน่ารัก มีอา เนื้อเรื่องจะสนุกและถูกใจชาวคอ เว็บหนังHD แค่ไหน เราไปอ่านกันเลยค่ะ

Mia-And-The-White-Lion (2018)

Mia And the White Lion ภาพยนตร์แนว ครอบครัว Family กำกับโดย Gilles de Maistre มีอาย้ายไปแอฟริกาใต้กับครอบครัวของเธอเพื่อจัดการฟาร์มสิงโต และพัฒนาสายสัมพันธ์พิเศษกับชาร์ลี ลูกสิงโตขาว อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปเมื่อเธอเปิดเผยความลับของพ่อ

มีอา เด็กสาวที่ต้องย้ายจากลอนดอนมาอยู่แอฟริกา เธอกำลังวิดีโอคอลกับเพื่อนที่อยู่ลอนดอน ไม่นาน จอห์น พ่อของเธอก็เรียกมีอาไปโรงเรียน ก่อนไป อลิซ แม่ของเธอก็ทักท้วงว่าห้ามมีเรื่องที่โรงเรียนอีก ครอบครัวของมีอามีอาชีพเป็นคนเพาะพันธุ์สิงโต ขายให้กับสวนสัตว์หรือสวนพักผ่อน มิก พี่ชายของเธอเป็นคนอ่อนโยนรักสัตว์ จอห์นต้องขับรถไกลหลายกิโลเพื่อมาส่งลูกขึ้นรถโรงเรียน ด้วยความที่เป็นเด็กใหม่ เธอจึงปรับตัวค่อนข้างยาก เย็นวันนั้นครูโทรมาแจ้งอลิซว่ามีอามีเรื่องชกต่อยที่โรงเรีนอีกแล้ว เมื่อวันคริสต์มาสมาถึง เด็กๆ กำลังแกะกล่องของขวัญ จอห์นได้อุ้มลูกสิงโตสีขาวเข้ามา มันเป็นปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นหนึ่งในล้าน มีอาไม่สนใจและบอกว่า เธอไม่แคร์สิงโตซื่อบื้อนี่และเดินเข้าห้องและวิดีโอคอลกับเพื่อน แต่เขาไม่ว่าง มีอาร้องไห้เสียใจ ทันใดนั้นเจ้าสิงโตตัวน้อยก็เดินมาเล่นกับเธอ สิงโตตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่า ชาร์ลี หลายเดือนผ่านไป ชาร์ลีโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เวลาที่มีอาเล่นลูกบอล เจ้าชาร์ลีก็มาเล่นกับเธอ กัดฟุตบอกจนแฟบ มีอายังไม่ถูกโฉลกกับชาร์ลีเท่าไหร่ เธออุ้มมันเข้าบ้านและเหวี่ยงใสพ่อ จากนั้นก็เดินเข้าห้องแต่มันก็ยังเดินมาหาเธอเพราะอยากเล่นด้วย มีอาจึงจำใจป้อนนมให้มัน และแล้วมีอาก็ยอมเล่นกับชาร์ลี จอห์นกับชาร์ลีก็ดีใจที่เห็นลูกๆ มีความสุข หลายเดือนผ่านไปชาร์ลีตัวโตขึ้นเยอะมากๆ เริ่มเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต แต่ขณะเดียวกัน มีอากลับผูกพันกับมันแล้ว 

Mia-And-The-White-Lion

เช้าวันต่อมา มีอาขอไปป้อนอาหารสิงโตกับพ่อและขอพ่อว่าอย่าขายชาร์ลีให้คนอื่น วันหนึ่งมีอาต้องไปทัศนศึกษากับโรงเรียน 2 สัปดาห์ จอห์นเลยนำชาร์ลีไปไว้ที่ฟาร์มกับเพื่อนๆ แต่มันข่วนลูกน้อง ในส่วนของมีอาเธอก็มัวแต่เหม่อลอยเพราะคิดถึงชาร์ลี ส่วนชาร์ลีไม่ยอมกินอาหารและเอาแต่ชนประตูจนมีบาดแผล มีอาที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ เธอก็หนีออกมาจากกลุ่มนักเรียนและโบกรถเพื่อจะกลับบ้าน เช้าวันต่อมา โรงเรียนโทรหาอลิซว่ามีอาหายไป ครอบครัวจึงจะออกไปตามหามีอา แต่เควิน ลูกน้องบอกว่ามีอาอยู่ที่บ้าน เมื่อมาถึงเธอก็ป้อนนมให้ชาร์ลีเป็นอย่างแรก แม่บ้านเห็นมีอาเล่นกับสิงโต เธอบอกว่ามีอาแปลก แต่มิคบอกว่าเธอคือคนพิเศษ ฟาร์มของมีอาเริ่มมีชื่อเสียงจากข่าวว่ามีสิงโตสีขาว เดิร์ค เพื่อนของจอร์นที่ทำธุรกิจสีเทา เขาบอกว่ามีลูกค้าอยากได้สิงโตสีขาว แต่จอห์นบอกว่าเขาสัญญากับมีอาแล้วว่าจะไม่ขายชาร์ลี ในขณะเดียวกันชาร์ลีเริ่มดุร้ายขึ้น จึงทำให้มีอาต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะให้เพื่อนรักอยู่ต่อหรือปล่อยมันไปตามธรรมชาติ

เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำถึง 3 ปีกว่าด้วยกัน เพราะต้องรอให้นักแสดงหลักทั้งสองเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กัน แต่น่าเสียดายที่ตัว หนังต่างประเทศ เรื่องนี้ ไม่ได้ออกมาโดดเด่นพอจะคุ้มกับเวลาที่ทีมงานลงแรงลงเวลาไป หนังให้ความรู้สึกดีมากๆ ในช่วงต้นเรื่อง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงดราม่ายาวตั้งแต่กลางเรื่องจนจบเรื่อง แถมยังเป็นดราม่าที่เบาบาง ไม่ได้เค้นน้ำตาคนดูมากเท่าไหร่นัก ซึ่งจริงๆ แล้วเนื้อหาของหนังมันสามารถขยี้ให้ร้องไห้หนักๆ ได้ แต่เหมือนผู้กำกับจะตั้งใจเลือกทางนี้ เพราะบางฉากก็ไม่สามารถใส่ลงมาได้ ถ้าหนังคิดจะเจาะกลุ่มเด็กๆ ด้วยมันจะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็ก และคนรักสัตว์มากเกินไป อีกทั้งนักแสดงตัวเอกของเรื่องยังเป็น สิงโต ไม่ใช่หมาแมวที่ไหน ที่จะเชื่องพอจะสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ จึงทำให้การสื่ออารมณ์ไม่นำพาให้ผู้ชมอินได้เท่าที่ควร

ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง

Christmas Gift From Bob (A Gift From Bob) | ของขวัญจากบ๊อบ (2020)

 

สำหรับภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังออนไลน์ เรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก A STREET CAT NAMED BOB เมื่อปี 2016 หนังที่สร้างจากนิยายจากชีวิตจริงเรื่องดังของ เจมส์ โบเว็น หนุ่มไร้บ้านชาวเมืองลอนดอน ที่ใช้ชีวิตระหกระเหิน หาเลี้ยงชีพด้วยการดีดกีตาร์ร้องเพลงเปิดหมวกอยู่ข้างถนน จนได้มาเจอกับเจ้าบ๊อบ แมวส้มที่เข้ามาอยู่ในชีวิตเขา แล้วจากนั้นชีวิตก็เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ 

Christmas Gift From Bob (2020)

Christmas Gift From Bob (A Gift From Bob) เป็นภาพยนตร์แนว ครอบครัว Family ที่เล่าถึงเรื่องราวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่เขาและบ๊อบได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบนท้องถนน บ๊อบได้ช่วยให้เขาผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่ง ด้วยการมอบทั้งมิตรภาพและแรงบันดาลใจ อีกทั้งทั้งคู่ยังได้ร่วมกันสัมผัสและเข้าใจถึงความหมายและจิตวิญญาณที่แท้จริงของเทศกาลคริสต์มาสนี้ไปพร้อมกัน

ภาคแรกจบลงตอนที่ บ๊อบได้รับคำแนะนำให้เขียนบันทึกชีวิตของเขาและบ๊อบออกมาเป็นเรื่องเป็นราว และได้ผลจริง หนังสือของเขาขายดี เจมส์กลายเป็นคนมีชื่อเสียง สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น พอมาในภาคต่อนี้ เจมส์ในวันที่ประสบความสำเร็จในชีวิต โดนสำนักพิมพ์คะยั้นคะยอให้เขียนหนังสือเล่ม 2 ออกมา แต่เขาไม่คุ้นชินกับการเป็นคนมีชื่อเสียง และต้องเข้างานสังคมบ่อยครั้ง ทำให้ยังไม่มีไอเดียและยังไม่มีอารมณ์ที่จะเขียน ระหว่างเดินทางกลับจากงานเลี้ยงฉลองของสำนักพิมพ์ เจมส์ได้เจอหนุ่มไร้บ้านยืนเล่นกีตาร์ร้องเพลงเปิดหมวก กำลังโดนตำรวจจับ ทำให้เจมส์ได้หวนนึกถึงตัวเองในอดีต เขาได้ไปช่วยเหลือหนุ่มรายนั้นออกมา พามาทานอาหารแล้วเจมส์บอกว่าเขาเข้าใจชีวิตลำบากแบบนี้ดี เพราะครั้งหนึ่งเขาก็เคยอยู่ในจุดนี้ จากนั้นเจมส์ก็เริ่มเล่าอดีตของตัวเอง แต่ระบุเจาะจงเป็นช่วงคริสต์มาสในปีสุดท้ายที่เขาเพิ่งจะเลิกยาได้สำเร็จ น่าจะเป็นช่วงต่อเนื่องจากเหตุการณ์ในภาคแรกนั่นแหละค่ะ เพราะเจมส์ยังหาเลี้ยงชีพด้วยการร้องเพลงเปิดหมวกอยู่ ถึงวันนี้เจมส์ โบเว็น มีผลงานหนังสือออกมาแล้ว 9 เล่ม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสมุดภาพ และหนังสือสำหรับเด็ก ที่เป็นรูปแบบนิยายเล่าเรื่องราวจริง ๆ นั้นก็มีแค่ 3 เล่มเท่านั้น 2 เล่มแรก A Street Cat Named Bob (2010) และ The World According to Bob (2013) ถูกดัดแปลงเป็นหนัง A STREET CAT NAMED BOB ไปแล้ว ส่วน A Christmas Gift from Bob ภาคต่อนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้น A Gift from Bob วางแผงมาเมื่อปี 2014 

Christmas Gift From Bob

จุดเด่นของ A Christmas Gift from Bob (2020) คือ ลุค ทรีดอเวย์ ที่ยังกลับมารับบทนำเป็น เจมส์ โบเวน ร่วมกับ เจ้าเหมียวบ๊อบ โดยภาคแรก  A Street Cat Named Bob (2016) จะเน้นเล่าเรื่องในแบบของแมวมากกว่าคน ซึ่งเราจะเห็นว่าแมวต้องเผชิญชีวิตอย่างไรบ้าง ลำบากขนาดไหน แต่ในภาคนี้จะเน้นเนื้อหาของคนมากกว่าแมว ชีวิตและความยากลำบากของ เจมส์ และการฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ลุค ทรีดอเวย์ ยังคงถ่ายทอดอารมณ์ของชายไร้บ้านได้อย่างน่าสงสาร ขณะที่เจ้าเหมียวสีส้มแม้จะถูกหั่นบทไปมาก แต่กลับขโมยซีนได้ในทุกฉาก ทาสแมวทั้งหลายเป็นต้องใจละลายพร้อม ๆ กับความปลาบปลื้มแน่นอน ยกตัวอย่างซีนในหนังตัวอย่าง ตั้งแต่กระโดดเกาะหลัง ขึ้นยืนบนไหล่ รวมไปถึงการทำไฮไฟว์โชว์ เรียกว่าใครเป็นทาสแมวจะยิ่งฟินสุดๆไปเลย

อย่างไรก็ตาม ช่างน่าเศร้าที่ บ๊อบ เจ้าแมวแสนโด่งดังอันเป็นที่รักของคนทั่วโลกได้จากเราไปในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2020 เรื่องราวของมันจะเป็นที่จดจำตลอดไปผ่านใน หนังต่างประเทศ และในช่วงคริสต์มาส 2020 นี้แฟนๆ จะได้เห็นบ๊อบในผลงานชิ้นสุดท้ายอย่าง A Gift from Bob เจมส์ โบเวน ได้กล่าวถึงการจากไปของบ๊อบไว้ว่า “บ๊อบได้ช่วยชีวิตผมไว้ บ๊อบเป็นมากกว่าแค่ความเป็นเพื่อน ด้วยการที่มีเขาอยู่เคียงข้างทำให้ผมได้พบกับเส้นทางของชีวิตและบรรลุจุดหมายบางอย่างที่ผมมักพลาดไป การประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามของเราผ่านหนังสือและภาพยนตร์นั้นมหัศจรรย์มาก ผู้คนนับล้านได้สัมผัสกับเรื่องราวของบ๊อบ ไม่เคยมีแมวตัวไหนเหมือนเขา การจากไปของบ๊อบให้ความรู้สึกเหมือนแสงสว่างที่เกิดดับลงในชีวิต และผมจะไม่มีวันลืมเขา” 

ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, ผจญภัย Adventure, หนังฝรั่ง

Dora And The Lost City Of Gold | ดอร่าและเมืองทองคำที่สาบสูญ (2019)

 

เดิมที Dora The Explorer คือแอนิเมชันซีรีส์ช่อง เว็บดูหนัง นิโคโลเดียน และ นิค จูเนียร์ ที่มุ่งสอนบทเรียนหลากหลายแก่เหล่าหนูน้อย เป็นแอนิเมชันส่งเสริมการศึกษาที่ดูสนุก และมีเอกลักษณ์ตรงสาวน้อยผมหน้าม้าอย่างดอร่า มักจะชักชวนให้เด็กๆได้ทบทวนบทเรียนที่เธอเพิ่งสอนไป รวมถึงเอกลักษณ์สำคัญคือ การตะโกน แบ็คแพค และนี้ก็คือฉบับ Live Action ที่จะมาชวนให้เพื่อนๆที่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้ ได้ดูอีกครั้งในฉบับคนแสดงค่ะ

Dora-And-The-Lost-City-Of-Goldm (2019)

Dora And The Lost City Of Gold เป็นภาพยนตร์ ผจญภัย Adventure แนว ครอบครัว Family เรื่องย่อ เรื่องราวเกี่ยวกับ ดอร่า (อิซาเบล่า โมเนอร์) สาวน้อยนักผจญภัย ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวนักสำรวจในป่า แล้วย้ายเข้ามาเรียนมัธยมปลายในเมือง เธอเข้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่พร้อมกับ “บูตส์” ลิงเพื่อนรัก, ดีเอโก (เจฟฟรีย์ วอห์ลเบิร์ก), บุคคลลึกลับที่อยู่ในป่า (ยูเฮนิโอ เดอเบซ) และกลุ่มวัยรุ่น เพื่อช่วยพ่อแม่ของเธอ (อีวา ลองโกเรีย และไมเคิล พีนา) และไขปริศนาของเมืองทองคำที่สาบสูญ

ว่าด้วยเรื่องของดอร่า ลูกสาวของนักสัตววิทยา และนักโบราณคดีที่เชี่ยวชายด้านภูมิศาสตร์เป็นเลิส ภาพตัดสลับเหตุการณ์อีก 10 ปีผ่านไป เมื่อดอร่าเติบโตเป็นวัยรุ่น แม้เธอจะยังคงรักการผจญภัยในป่า แต่ด้วยอายุของเธอนั้น ดอร่าไม่มี “สังคมเพื่อน” ที่เป็นมนุษย์สักเท่าไหร่ พ่อและแม่ของเธอจึงส่งดอร่าไปเข้าโรงเรียนมัธยมและให้เธอไปพักพิงกับคุณยาย (เอเดรียนา บาร์ราซา) และดิเอโก้ (เจฟฟ์ วอห์ลเบิร์ก) ลูกพี่ลูกน้องของเธอ ซึ่งดิเอโก้ให้นิยามโรงเรียนว่า “เป็นสถานที่เอาตัวรอดทางสังคม” ในอีกรูปแบบหนึ่ง มีความน่ากลัวไม่ต่างอะไรจากป่าเช่นกัน งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับแม่ทาร์ซานสาว ที่ต้องออกมาผจญภัยในป่าคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การมีเพื่อน หรือทุกๆ อย่างมันช่างยากไปเสียหมด กระทั่งวันหนึ่ง การไปทัศนะศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติจะทำให้เธอ และเพื่อนๆ อีก 3 คนถูกจับตัวไปที่ต่างประเทศอันเป็นป่าดงดิบ ที่นี่เธอโดนบังคับให้ออกตามรอยพ่อแม่ของเธอ และเพื่อตามหาแผนที่ที่จะนำเหล่าคนใจบาปไปยังเมืองแห่งทองคำโบราณนามว่า “พาราพาต้า” งานนี้ดอร่าจึงต้องออกผจญภัยเพื่อช่วยพ่อแม่ของเธอ และสำรวจเมืองสาบสูญนั้นให้จงได้ 

Dora-And-The-Lost-City-Of-Gold

แน่นอนว่าการปรับตัวเข้ากับสังคมโรงเรียนไฮสคูลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิดเดียว แต่ดอร่าเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับตัวเองมาก เป็นตัวของตัวเองจนกลายเป็นเป้าสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ แต่เมื่อ Dora and the Lost City of Gold ไม่ใช่หนังแบบเดียวกับ Mean Girls (2004) ที่จะมาวิพากย์สังคมไฮสคูลอเมริกัน หนังจึงย้ายน้ำหนักไปที่การผจญภัยค้นหาขุมทรัพย์กับเมืองพาราพาต้าที่สาบสูญแทน โดยระหว่างนั้นเอง ความสนุกของเรื่องราวจึงยั่วล้อกับขนบหนังตามหาสมบัติ การวิพากย์พฤติกรรมของตัวละครที่ดูแปลกประหลาดในหนังตระกูลนี้ (ซึ่งหนังก็จะจิกกัดตัวเองผ่านตัวละครผองเพื่อนของดอร่า) หรือการที่ตัวละครต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆในป่า ก็เป็นอรรถรสที่ทำให้ผู้ใหญ่และน้องๆหนูๆสนุกไปด้วยกันอย่างไร้พิษภัยใดๆ

รีวิวหนัง หนังสนุกดีค่ะ แต่ไม่ได้คิดว่าจะสนุกระดับที่ผู้ใหญ่ดูกันประมาณเด็กชอบ ไม่ซับซ้อนเรียบง่ายเบาสมอง และจบตามสูตรสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น การผจญภัยค่อนข้างสนุกและไหลลื่นไม่ติดขัด แต่สิ่งที่ขัดใจคือความง่ายและการโกงอย่างไม่สมเหตุสมผล ซึ่งบทจะรอดก็รอดได้อย่างสบายราวกับบทเขียนบังคับให้ผ่านฉลุย แม้สถานการณ์จะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ช่างไว้ก่อน ขอให้ตัวละครอยู่รอดปลอดภัยก็เพียงพอ ถ้าไม่เคยเห็นเป็นการ์ตูนมาก่อนคงไม่เข้าใจว่าทำไมบางฉากถึงไม่สมเหตุสมผล

 

NETFLIX, ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, หนังฝรั่ง, หนังไทย

A Week Away | อีก 7 วัน ฉันจะรักเธอ (2021)

 

คงไม่มีใครไม่รู้จัก เว็บดูหนังออนไลน์ Netflix แหล่งรวมภาพยนตร์และซีรีส์เกือบทุกสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น Hollywood เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ไทยและประเทศอื่น ๆ  นอกจากนี้ Netflix ยังมีผลงานภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่เป็น Netflix Original อีกมากมายที่ได้รับความนิยม สุดสัปดาห์นี้เราจึงอยากชวนทุกท่านมาวอร์มหัวใจให้อบอุ่นไปกับรีวิวหนัง A Week Away อีก 7 วันฉันจะรักเธอ หนังฟีลกู๊ดที่ดูได้ทั้งครอบครัว

A-Week-Away (2021)

A Week Away ภาพยนตร์แนว ครอบครัว Family กำกับโดย โรมัน ไวท์ เป็นเรื่องราวของ วิล เด็กหนุ่มกำพร้าผู้มีความสามารถในด้านดนตรี แต่มีปัญหาในด้านการเข้าสังคมเพราะการสูญเสียความหวังในตัวเองจากการสูญเสียครอบครัว จนชีวิตเขาถูกจับผลัดจับพลูให้ไปเข้าร่วมกับค่ายโบสถ์หน้าร้อนสุดสัปดาห์ของครอบครัวบุญธรรมร่วมกับวัยรุ่นกว่าร้อยชีวิตในป่าอันห่างไกล ที่ซึ่งมีมนตร์เสน่ห์ของดนตรี มิตรภาพและความรัก เขาจะได้ค้นพบตัวเอง ครอบครัว และการเปิดใจในความสัมพันธ์ ในช่วงเวลาสัปดาห์ 7 วันเหล่านี้ จะทำให้เขาได้เจอกับเรื่องราวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาลด้วยบทเพลงแห่งความเชื่อมั่นและความหวังในตัวของผู้คน

เนื้อเรื่องนั้นเป็นสไตล์หนังวัยรุ่นอเมริกันค่ะ ตัวเอกเป็นเด็กมีปัญหา ไม่เข้าหน้าใคร ไม่มีใครเข้าใจ ก่อนที่จะถูกส่งไปแคมป์ และตามสเต็ปคือพบเพื่อน พบความรัก มันเดินเรื่องแบบนี้เลย ไม่มีอะไรต้องคิดมาก เพราะเพลงในเรื่องจะเป็นตัวเล่าเรื่องที่รวบรัดและพาเข้าเหตุการณ์เป็นฉาก ๆ และคอยบอกสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งบทตรงนี้นั้นไหลลื่น มีฉากตลกบ้าง ดราม่าเบา ๆ บ้างภายในแคมป์ มีตัวละครร้าย ๆ คอยกลั่นแกล้ง มีตัวละครคู่รอง และตัวละครหลักต้องเผชิญหน้ากับปมปัญหาในใจของตัวเองเพื่อที่จะสามารถลุกขึ้นมายืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในส่วนนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ก็สามารถทำให้คนดูรู้สึกเพลิดเพลินและลุ้นเอาใจช่วยตัวละครในเรื่องได้ น่าเสียดายที่ในส่วนพล็อตโรแมนติกที่เหมือนจะถูกชูโรงกลับไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร มันจะไปในเชิงของศาสนาคริสเตียน ความเชื่อมั่น การรักในตัวเองมากกว่า ซึ่งก็เข้าท่าดีในตัวของมัน แต่ก็รู้สึกว่ามันนำเสนอผิดไปจากตัวอย่างนิดหน่อย เพราะเราคาดหวังว่ามันจะเป็นหนังรักโรแมนติก แต่กลับเป็นหนังที่เน้นไปที่ความเชื่อในพระเจ้าของศาสนาคริสต์ที่ผลักดันตัวละคร โดยมีพล็อตความรักเป็นรองเท่านั้น

A-Week-Away

สิ่งโดดเด่นที่สัมผัสได้ของเรื่องนี้คงเป็นเพลงร้องที่สอดเข้ามาในแต่ละฉากที่ฟังแล้วก็เพราะ และสามารถนำเสนอเรื่องราวได้อย่างชัดเจน แถมได้เห็นตัวละครมารวมตัวกันเพื่อทำการแสดง ราวกับชีวิตจริงทำไม่ได้ยังไงยังงั้น ถ้าใครดูหนังแนวนี้มาก็จะชิน แต่ถ้าใครไม่ค่อยชอบก็จะงง ๆ เพราะหนังมันใช้เพลงเป็นเครื่องเล่าเรื่อง บางครั้งก็ร้องเพลงสุข บางครั้งก็ร้องเพลงเศร้า ในด้านการถ่ายทำก็ดูมีความเป็นภาพยนตร์ฉายโรง มากกว่าภาพยนตร์เน็ตฟลิกซ์ที่แบบคุณภาพไม่ค่อยจะใหญ่ แต่ก็มีมุมกล้องสโลว์ แสงสีสวย ๆ มาคอยช่วยไว้ และการแสดงของนักแสดงทุกคนในเรื่องก็คืออ่านบทแล้วแสดง ดูเป็นธรรมชาติดีไม่มีอะไรติดขัดตามประสานักแสดงที่ผ่านงานมาแล้ว แต่เคมีของนักแสดงนำสองคนอย่าง เควิน ควินน์,เบลีย์ เมดิสัน ก็ชวนให้เคลิ้มกับความสัมพันธ์สุดแสนโรแมนติก แม้จะดูซ้ำซาก แต่คนที่ดูจะขโมยซีนสุดในเรื่องคงเป็น จาห์บริล คุก เจ้าของบทที่สามารถแย่งซีนตัวเอกในเรื่องไปได้เลย นักแสดงคนอื่น ๆ ก็ดี แต่ก็ไม่มีอะไรให้จดจำมากเท่าไหร่

ความรู้สึกหลังจากรับชม หนังNetflix ถือว่า A Week Away เป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัวที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่ง ดูกับครอบครัวแล้วลูก ๆ ชอบ พ่อกับแม่ก็ชอบด้วย ดูแล้วทำให้นึกถึงภาพยนตร์เพลงเรื่อง Grease ที่จะมีทั้งฉากร้องและเต้นเป็นส่วนสำคัญในเรื่อง เพิ่มความสนุกสนาน ชอบเนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม การทำกิจกรรมต่าง ๆ ในค่าย การเล่นแคมป์ไฟตอนกลางคืน นอนในห้องพักค่ายเตียงสองชั้น ทำให้เรานึกย้อนเวลาถึงความสุขตอนเข้าค่ายสมัยเรียนมัธยมค่ะ

การ์ตูน, ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, หนังการ์ตูน, แอนนิเมชั่น Animation

Child Of Kamiari Month | เด็กเดือนตุลา (2021)

 

เรื่องนี้จัดว่าเป็นผลงานในฐานะผู้กำกับเต็มตัวเรื่องแรกของ ทาคานะ ชิราอิ ซึ่งเคยผ่านงานด้านอนิเมเตอร์ และงานผู้ช่วยมาจากหลายเรื่องแล้ว (หนึ่งในผลงานสำคัญที่เขาเคยร่วมทีมด้วยคือ The Tale of Princess Kaguya ของจิบลิ ส่วนผลงานล่าสุดที่มีส่วนร่วมคือ The Children of the Sea) ดังนั้นหากจะพบว่าเรื่องนี้มีกลิ่นอายผลงานของ หนังชนโรง ค่ายจิบลิและเรื่องอื่นๆ อยู่ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะ

Child-Of-Kamiari-Month (2021)

Child of Kamiari Month (เด็กเดือนตุลา) ภาพยนตร์ อนิเมชั่น Animation ญี่ปุ่น ที่นำเสนอเรื่องราวแสนงดงามตราตรึงระหว่างเด็กหญิงและแม่ โดยเล่าผ่านการเดินทางแนวแฟนตาซีที่เด็กหญิงจะต้องเข้าไปสัมผัสกับเหล่าเทพเจ้า ภูติผี ปีศาจ และสิ่งลี้ลับที่สถิตในแต่ละสถานที่ทั่วไป ซึ่งมันได้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนในสังคมยุคใหม่หลงลืมหรือมองข้ามกันไปแล้ว

โดยหนังจะเล่าเรื่องราวผ่านตัวของเด็กสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่าคันนะ เธอนั้นเป็นเด็กสาวชาวญี่ปุ่นธรรมดาทั่วไปที่ทั้งสดใสและร่าเริง ใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการเรียนและการอยู่กับเพื่อน สิ่งที่เธอชื่นชอบมากที่สุดก็คือการวิ่งแข่งกับแม่ซึ่งเป็นกิจกรรมภายในครอบครัวที่ช่วยทำให้แม่ลูกสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก พวกเธอทั้งสองคนมักจะวิ่งในป่าอยู่เป็นประจำ แต่แล้วเหตุการณ์น่าเศร้าที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อแม่ของเธอต้องจากไปเนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยรุมเร้า หลังจากนั้นเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความร่าเริง ความฝัน และชื่นชอบการวิ่งก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอเริ่มปิดกั้นตัวเองจากผู้อื่น พูดน้อยลง ความสดใสที่เคยมีก็จางหายไป สิ่งที่เธอชอบมาโดยตลอดอย่างการวิ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอชอบอีกต่อไปเพราะไม่มีแม่คอยวิ่งแข่งกับเธออีกแล้ว แต่แล้วในวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ตลาดกับเธอพร้อมกับกระต่ายสีขาวที่โรงเรียนเลี้ยงไว้ชื่อว่าชิโร่ อยู่ดีๆ กระต่ายสีขาวก็สามารถพูดได้และมันยังบอกอีกด้วยว่ามันเป็นเทพเจ้าที่มาอาศัยอยู่ในร่างของกระต่าย นอกจากนี้เธอยังได้พบกับเด็กหนุ่มที่เป็นยักษ์ชื่อว่ายาฉะอีกด้วย มันทำให้เธอรู้สึกสับสนเป็นอย่างมากแต่พอคิดแล้วเธอก็ได้ค้นพบความจริงว่าแม่ของเธอนั้นอดีตเคยเป็นอิทาเดน เป็นคนที่ทำหน้าที่ในการส่งของบูชาเทพเจ้าที่สถิตอยู่ในอิซูโมะ ดินแดนโบราณเก่าแก่ในอารยธรรมญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเทพเจ้าโบราณและปีศาจมากมาย มันเปรียบเสมือนกับแหล่งชุมนุมของสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน และด้วยเหตุนี้เด็กสาวจึงต้องสืบทอดภารกิจจากแม่ของเธอ ในขณะเดียวกันเองมันก็ทำให้เธอมีความหวังในการใช้ชีวิตอีกครั้งเนื่องจากเธออยากจะเดินไปยังดินแดนดังกล่าวเผื่อมันจะทำให้เธอนั้นได้มีโอกาสพบกับแม่ที่จะไปตลอดกาลอีกสักครั้ง

Child-Of-Kamiari-Month

พลอตที่ใช้ค่อนข้างคลาสสิกมากๆ คือเป็นการบอกถึงโลกที่ซ้อนทับอยู่ในสังคมมนุษย์ว่าไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้น แต่ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่อยู่เหนือการมองเห็นของมนุษย์ นั่นคือเหล่าเทพเจ้า ภูติ วิญญาณ และอื่นๆ ที่ต่างก็ได้สิงสถิตยอยู่ร่วมกับโลกมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นในธรรมชาติ ผืนป่า ภูเขา แม่น้ำ ทะเล น้ำตก ผืนดิน สิงสาราสัตว์ เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไปมนุษย์ก็เริ่มให้ความใส่ใจต่อสิ่งเหล่านี้ลดลงจนแทบจะไม่สนใจอีกต่อไป ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้เลยเสมือนต้องการเตือนคนดู โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ให้หันกลับมาสนใจในสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยเฉพาะธรรมชาติกันบ้าง 

ส่วนตำนานเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับเทพและภูติญี่ปุ่นก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรมาก มีหลายเรื่องเล่นกันเยอะแล้ว ตัวเรื่องยังมีการวิพากษ์สังคมยุคใหม่ที่ผู้คนเลิกใส่ใจต่อกันแต่หันไปใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมันมากขึ้น ระหว่างที่เราได้ดูอนิเมะเรื่องนี้ เราจะกลิ่นอายของ Spirited Away แฝงอยู่เยอะมาก หากใครที่ยังไม่เคยดูทั้ง2เรื่องที่เรากล่าวมา ก็สามารถหาดูได้ใน เว็บหนังฟรี ค่ะ

ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, ผจญภัย Adventure, หนังฝรั่ง, แฟนตาซี Fantasy

Bridge To Terabithia | สะพานมหัศจรรย์ (2007)

 

สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแฟนตาซี หลงใหลกับเรื่องราวอัศจรรย์และเพลิดเพลินไปกับความน่าเหลือเชื่อ  วันนี้ เว็บดูหนัง ของเอาใจชาวคอหนังด้วยการแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Bridge To Terabithia ภาพยนตร์ที่ดูง่ายๆ เบาสมอง เหมาะสำหรับวันหยุดว่างๆค่ะ

Bridge-To-Terabithia (2007)

Bridge To Terabithia เป็นภาพยนตร์แนวผจญภัย แฟนตาซี Fantasy กำกับโดย เกเบอร์ ซูโป เป็นเรื่องราวของ เจส (Josh Hutcherson) เด็กผู้ชายที่ไม่ยุ่งกับหมู่สังคมจึงเป็นที่กลั่นแกล้งจากเพื่อนๆและรุ่นพี่ และเพราะด้วยความเก็บตัวทำให้ต่างมองว่าเป็นพวกขี้แพ้ไม่มีทางสู้ แต่แล้วการเข้ามาของเด็กใหม่เลสลี่ (Anna Sophia Robb) ทำให้ชีวิตของเจสต้องเปลี่ยนไปด้วย เพราะความสนิทสนมที่เริ่มมากขึ้นจนกลายเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ทิ้งห่าง 

จนวันหนึ่งเจสและเลสลี่ได้ไปที่ป่าแห่งหนึ่งซึ่งมีเชือกผูกอยู่ เจสและเลสลี่ได้โหนเชือกนั้นไปอีกฝากหนึ่ง แล้วเลสลี่เกิดความคิดอย่างหนึ่ง ในขณะที่เจสมองว่าเป็นเรื่องไม่มีอยู่จริงก่อนจะคิดใหม่ จนกระทั้งบางอย่างมีอยู่จริงขึ้นมาและตั้งชื่อว่า ทีราบิเตีย ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องเหลือเชื่อมากมายกับการต่อสู้ระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการ ทีราบิเตีย คืออาณาจักรของคนทั้งสองที่ตรึงความคิดระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความคิดของจินตนการที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราว ถ่ายทอดสู่สายตาแห่งการตอบสนองของเลสลี่และเจส ในที่แห่งนี้จะไม่มีใครรู้ลึกเห็นชัดเท่าคนทั้งสองที่เป็นประหนึ่งผู้สร้างและทำให้เกิดเรื่องราวขึ้น กับโลกแห่งความจริงไม่มีสิ่งใดที่น่าเหลือเชื่อกว่าโลกของความคิดที่นำพาสู่โลกของส่วนตัวที่ประหนึ่งบ้านของตัวเอง ที่เกิดขึ้นเพราะเจตนารมย์สำนึกของตนเองที่ผ่านเวลาในการดำเนินชีวิตจนแปรสภาพเป็นโลกคู่ขนานที่พร้อมผ่านไปด้วยกันทั้งเรื่องจริงและจินตนาการที่ต่างพึ่งพิงอาศัยเพื่อค้ำจุ้นอีกสิ่งหนึ่งดังความสำคัญที่ขึ้นอยู่กับบริด แต่ก่อนบริดจะเชื่อมเข้าสู่โลกคู่ขนานได้นั้นเป็นเรื่องระหว่างความสัมพันธ์และรู้ใจกันของเลสลี่กับเจสที่ต้องสื่อใจถึงใจได้อย่างเป็นอันหนึ่งเดียวด้วยวิธีการของเลสลี่ที่มีความคิดกับคำที่ว่า”เปิดใจให้กว้าง” ซึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะกลายเป็นผู้สร้าง ทีราบิเตีย นั้นไม่ได้มาเพราะโอกาส แต่เป็นการให้โอกาสของเจสที่ว่าจะยอมรับเลสลี่ผู้ชนะการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งๆที่เจสตั้งความหวังเอาไว้อย่างสูง และจากที่คิดว่าต้องได้ที่หนึ่งกลายเป็นว่าต้องเสียตำแหน่งเพราะเด็กใหม่เลสลี่ที่ทำให้เขาต้องแพ้ การแพ้ของเจสเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดทางใจด้วยเหตุที่ว่ามีปมในใจอยู่มากมาย ซึ่งมักทำให้ถูกเพื่อนล้อบ่อยๆว่า “Loser” 

Bridge-To-Terabithia

 

เจสเป็นเด็กมัธยมต้นที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเพื่อนหรือทางสังคมเป็นอย่างดี รวมถึงภายในครอบครัวที่ไม่ได้ผูกให้ความรักอย่างจริงจังเหมือนรักเข้าข้างน้องมากกว่า ทำให้มีสถานะภาพเป็นพวกเก็บตัวและยากจะสนิทสนมกับใคร แต่ในความเป็นพวกขี้แพ้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพวกไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวซะทุกอย่าง เพียงแต่ในความหมายของ Loser นั้นเป็นความคิดของเพื่อนๆที่ไม่เคยเห็นว่าเจสจะมีอะไรดีและน่าสนใจ จนกระทั้งช่วงเวลาแห่งหารคว้าชัยชนะคือการวิ่งซึ่งแน่นอนว่าเจสกำลังจะชนะ แต่ต้องเปลี่ยนไปเพราะเลสลี่ผู้ลงแข่งด้วยเหตุที่ว่าอยากคบเพื่อนสักคน เลสลี่คือผู้หญิงที่มองโลกด้วยจินตนาการของตัวเองล้วนๆที่ให้ผลลัพธ์แบบบริสุทธิ์เพราะเลสลี่ไม่ได้มีทีวีที่บ้านดูเลย แต่ด้วยมุมมองที่กว้างเกินหน้าจอทีวีจะให้ได้นั้นเกิดจากครอบครัวที่เป็นนักเขียน และด้วยความสัมพันธ์นี้เองทำให้เธอเปี่ยมด้วยทัศนมุมมองของโลกที่เป็นมากกว่าโลกที่คุ้นเคยกับการเปิดใจเพื่อยอมรับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

ในช่วงแรกหนังดำเนินเรื่องตามสูตรของ หนังครอบครัว ทั่วไป โดยมีเจสเป็นเด็กชายที่แสนจะทุกข์ยาก ที่บังเอิญได้มาเจอกับ เลสลี ที่เปรียบได้ดั่งนางฟ้าที่มาทำให้ชีวิตที่เส็งเคร็งของเขามีอะไรขึ้นมา ตัวหนังดำเนินมาเรื่อยๆ จนคนดูรู้สึกผ่อนคลายกับเนื้อเรื่องที่ดำเนินไปตามจินตนาการของตัวละครเด็กทั้งสอง ก่อนที่จะถูกกระชากอารมณ์ด้วยจุดหักเหของหนัง ที่เปลี่ยนจากหนังครอบครัวดูสบายๆ เรื่องหนึ่งเป็นหนังดราม่าค่ะ

ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, ตลก Comedy, ผจญภัย Adventure, หนังฝรั่ง

Clifford The Big Red Dog (2021)

 

เพราะสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก จึงทำให้วงการ เว็บดูหนัง ทั้งไทยและเทศ นำเรื่องราวของเพื่อนซี้สี่ขาไปสร้างเป็นหนังมากมาย งานนี้ทาสทั้งหลายก็เลยมีหนังเกี่ยวกับเจ้าตูบให้เลือกดูกันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแนวตลกเรียกเสียงฮา แนวเก่งกาจมืออาชีพ หรือแนวโรแมนติกหวานแหวว ทว่าที่เรียกกระแสและความสนใจได้มากที่สุด คงต้องยกให้กับแนวครอบครัว ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง Clifford The Big Red Dog 

Clifford-The-Big-Red-Dog (2021)

Clifford The Big Red Dog ภาพยนตร์แนว ผจญภัย Adventure หนังดัดแปลงจากหนังสือเด็กขายดีในชื่อเดียวกันของนอร์แมน บริดเวลล์ เล่าเรื่องราวของเด็กสาวมัธยมต้นชื่อเอมิลี่ (ดาร์บี้ แคมป์) ที่ได้ลูกสุนัขขนสีแดงมาเลี้ยง โดยที่เธอไม่รู้ว่ามันไม่ใช่ลูกสุนัขธรรมดา เมื่อเธอต้องไปค้างอยู่กับน้าชาย (แจ็ค ไวต์ฮอลล์) ผู้มีนิสัยห่ามๆ แล้วมันเกิดขยายร่างเป็นลูกสุนัขสูงสิบฟุตขึ้นมา ก็นำพาให้พวกเขาต้องผจญภัยร่วมกันเพื่อปกป้องสุนัขตัวนี้ และสอนให้ชาวเมืองได้รู้จักการรักให้ใหญ่โตไปในตัว

ณ เมืองแมนฮัตตัน มีสุนัขจรจัดอาศัยกับลูกตัวน้อยน้อยในโกดังร้างอันแสนสงบ จนวันนึงเทศกิจมาจับตัวพวกเขาไปแต่เหลืออยู่หนึ่งตัวที่ไม่เหมือนใคร ขนของเค้าเป็นสีแดงแอบอยู่ใต้กล่องผ้า แต่พอมุดขึ้นมาก็พบว่าแม่และพี่พี่ของเค้าถูกเทศกิจเอาตัวไป สุนัขตัวนี้รีบวิ่งตามไปแต่ก็ไม่ทัน เค้าทำหน้าเศร้า หวังว่าแม่จะกลับมา ตัดมาทางด้านของเด็กผู้หญิงเขามีชื่อว่าเอมิลี่ เค้าอยู่กับแม่เพียงสองคนและเพิ่งย้ายมาที่เมืองนี้ เอมิลี่บ่นให้แม่ฟังว่ายังเข้ากับเพื่อนใหม่ที่นี่ไม่ได้ แม่ของเอมิลี่จะต้องไปทำงานที่ชิคาโก ช่วงสุดสัปดาห์ เลยจะให้พี่ชายที่ชื่อเคซี่มาช่วยดูแลช่วงสุดสัปดาห์ เคซี่เป็นคนเพี้ยนเพี้ยนชอบนอนในรถบรรทุกและยังไปสัมภาษณ์งานสาย เอมิลี่ขอรับบริจาคกระป๋องเก่าจากเพื่อนบ้านเพื่อจะไปทำกิจกรรมที่โรงเรียน เอมิลี่เป็นเพื่อนรักของเพื่อนบ้านทุกคน ตัดมาที่เจ้าลูกหมาสีแดงมันมุดประตูออกมาได้แล้วมันแตกตื่นกับสถานที่ด้านนอกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าลูกหมาเดินมาถึงที่สวนสาธารณะเกิดแย่งขนมกับนกพิราบจนมาเจอลุงใจดีคนหนึ่ง พาเจ้าหมาน้อยไปอยู่ด้วย ลุงเคซี่มาที่บ้านแล้วเอมิลี่รู้สึกอยู่กับลุงเคซีไม่น่าจะไหว

Clifford-The-Big-Red-Dog

ตอนเช้าลุงเคซี่ต้องไปส่ง เอมิลี่ที่โรงเรียนระหว่างทางที่จะขับถนนเห็นเต็นท์ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าตั้งอยู่ด้วย เธอจึงพยายามชวนลุงเคซี่ไปดูที่นั่นเธอเป็นคนชอบสัตว์เป็นอย่างมาก เมื่อเข้าไปก็พบสัตว์หลายชนิดทั้งกระต่าย สลอต กิ้งก่า สุนัขพบกับลุงที่ชื่อบีสเวลเป็นเจ้าของที่นี่ เขาแนะนำสัตว์ที่เอมิลี่ตามหาอยู่บอกว่าเธอจะต้องชอบแน่ๆ ทันทีที่ได้เจอกับลูกสุนัขสีแดงที่นอนอยู่ด้านบนทั้งสองถูกชะตากันอย่างมากตัดสินใจที่จะเลี้ยงแต่ก็มีลุงเคซี่ที่พยายามห้ามไม่ให้เลี้ยง ทำให้เอมิลี่เสียใจเป็นอย่าง เอมิลี่เลยเอากระป๋องมาที่โรงเรียนเพื่อระดมทุน แต่โดนสาวสาวไฮโซบ้านรวยบอกว่าเค้าบริจาคเงินกันไม่มีใครเอากระป๋องมาหรอก โอเว่นเลยเข้ามาปลอบใจเอมิลี่ที่โดนเพื่อนแกล้ง เอมิลี่ไปทำกระป๋องหล่นเต็มพื้นในห้องเรียนซะอีกเอมิลี่กลับมาที่ห้องหาข้อมูลเต็นท์ช่วยเหลือสัตว์ของลุงอิสเวล แต่กลับไม่มีข้อมูลอะไรเลยสังเกตุเห็นว่ากระเป๋าของเธอขยับเองได้เปิดออกเจอสุนัขสีแดงกระเป๋าของเธอ เธอก็แปลกใจมาก เอมิลี่จะตั้งชื่อให้ลูกสุนัขสีแดงบอกว่าชื่อ ฟอยล์ดีไหม มันไม่ชอบชื่อนี่ งั้นอิสราเอลแล้วกันมันก็ไม่ชอบ งั้นเป็นชื่อนี้ คลิฟฟอร์ดมันชอบชื่อนี้มากเลย เจ้าสุนัขสีแดงชื่อว่าคลิฟฟอร์ด คลิฟฟอร์ดซนมากหนีออกมานอกห้องมาแย่งแฮมของลุงเคซี่กิน ลุงเคซี่จึงรีบบอกให้เอมิลี่เอาสุนัขไปคืน เอมิลี่ขอจนลุงเคซี่ใจอ่อนอนุญาตให้เลี้ยงได้แค่หนึ่งคืน แล้วรีบเอาไปคืนพรุ่งนี้ และเอมิลี่เศร้าเรื่องที่โรงเรียน จึงได้อธิฐานว่าให้เราแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่จนไม่มีใครมาทำร้ายเราได้ แล้วด้านนอกลุงบีสเวลเหมือนยืนได้ยินคำอธิษฐานนั้น เช้าวันรุ่งขึ้นคลิฟฟอร์ดตัวโตขึ้นอย่างมาก ส่วนเอมิลี่ตกใจเพราะมันไม่ใช่ความฝันมันคือเรื่องจริง คลิฟฟอร์ดตัวใหญ่ขึ้นแต่ขี้เล่นเหมือนเดิมจนทำให้ข้าวของในห้องพังหมด เอมิลี่จึงเรียกลุงเคซี่ให้มาดู เมื่อลุงเคซี่เห็นก็ตกใจ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เรื่องราวของเจ้าหมาแดงตัวนี้จะสนุกขนาดไหน เพื่อนๆต้องไปติดตามต่อใน เว็บหนังออนไลน์ฟรี บอกได้เลยว่า เรื่องนี้เราชอบมาก ดูแล้วยิ้มตามไปด้วยเลย หากใครที่เป็นทาสหมาและได้ดูเรื่องนี้ รับรอบว่า ต้องหลงเจ้าคลิฟฟอร์ด อย่างแน่นอนค่ะ

NETFLIX, ครอบครัว Family, ดูหนังออนไลน์, ผจญภัย Adventure, หนังฝรั่ง, แฟนตาซี Fantasy

A Boy Called Christmas | เด็กชายที่ชื่อคริสต์มาส (2021)

 

เมื่อถึงเทศกาลคริสต์มาส ใครหลายต่อหลายคนอาจจะมีกิจกรรมพิเศษที่จะทำกับในเทศกาลนี่อย่างแน่นอน แต่เราขอเสนออีกหนึ่งทางเลือกคือค่ำคืนแห่งการ ดูหนังออนไลน์ฟรี นั่นเอง การนั่งอยู่บ้าน ล้วงป๊อปคอร์น กินโกโก้ร้อน มันก็คือความสุขเล็กๆ ของค่ำคืนหนึ่ง และเราก็ไม่พลาดที่จะแนะนำหนังเกี่ยวกับวันคริสต์มาสด้วย

A-Boy-Called-Christmas (2021)

A Boy Called Christmas (เด็กชายที่ชื่อคริสต์มาส) ภาพยนตร์ แฟนตาซี Fantasy คริสต์มาส ดัดแปลงจากหนังสือชื่อเดียวกันที่เป็นการตีความใหม่ของนิทานเรื่อง Father Christmas กำกับโดย กิล เคแนน ผู้เขียนบท บริษัทกำจัดผี ที่กำลังทำเงินที่อเมริกาเป็นอันดับหนึ่งในขณะนี้ พร้อมขนนักแสดงดังมากมายทั้ง คริสเตน วีก, แซลลี่ ฮอว์กินส์ และแมกกี้ สมิธ บอกเล่าเรื่องราวของต้นกำเนิดวันคริสต์มาส วันที่ความพิเศษเกิดขึ้นในยุคสมัยที่ยังมีแต่ความสิ้นหวัง กลับมีเด็กชายคนหนึ่งที่ออกเดินทางพร้อมเพื่อน ผจญอันตรายเพื่อค้นหาความหมายของความหวัง

เป็นเรื่องราวของ นิโคลัส เด็กชายธรรมดาคนหนึ่งออกเดินทางไปในการผจญภัยสุดพิเศษสู่ดินแดนหิมะทางเหนือเพื่อตามหาพ่อที่กำลังค้นหาหมู่บ้านในตำนานของเอลฟ์ที่มีชื่อว่าเอลฟ์เฮล์ม เขาออกเดินทางไปพร้อมกับกวางเรนเดียร์สุดดื้อรั้นที่ชื่อบลิทเซนและหนูแสนซื่อสัตย์ ในไม่ช้า นิโคลัสก็ได้เผชิญหน้ากับโชคชะตาของตัวเองในเรื่องราวที่ทั้งมหัศจรรย์ ตลก และน่ารักที่พิสูจน์ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หนังดัดแปลงมาจากนิยายเด็กชื่อเดียวกันของ “แมตต์ เฮก” ที่เคยตีพิมพ์ไปเมื่อ 5-6 ปีก่อนและค่อนข้างประสบความสำเร็จไม่เบา โดยหนังได้ “กิล คีแนน” ผู้กำกับที่มีสไตล์ในการเล่าเรื่องและผ่านงานสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับเยาวชนมาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น City of Ember หรือ Monster House นั่นจึงเป็นข้อดีที่ทำให้เขารู้จักวิธีและทิศทางในการนำทางได้เป็นอย่างดี และรู้ว่าองค์ประกอบไหนควรใส่ไว้ตรงไหน แต่กระนั้นแล้วข้อด้อยเด่นๆ ของหนังเรื่องก็กลายเป็นบทภาพยนตร์และการเล่าเรื่องที่ชวนซ้ำซากไปสักหน่อย ถึงแม้ว่าหนังจะพยายามเล่าเกี่ยวกับต้นกำเนิดของคุณลุงซานต้าครอสในคืนวันคริสต์มาส แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงหนังผจญภัยแฟนตาซี ที่มีสัตว์พูดได้แบบดาดดื่นที่ไม่ได้ลงน้ำลงเนื้ออะไรมากสักเท่าไหร่ เป็นหนังที่มีโจทย์ง่ายๆ และตอบโจทย์ได้ง่ายๆ ทุกอย่างย่อยง่ายไปหมด และก็กลับเป็นหนังที่ดูแล้วลืมง่ายไปด้วย

A-Boy-Called-Christmas

A Boy Called Christmas ยังมาพร้อมกับทีมนักแสดงชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นดาราอาวุโส “แม็กกี้ สมิธ” ที่น่ารักเหมือนเคย ร่วมด้วย “โจเอล ฟราย”, “มีเคิล เฮยส์มัน”, “จิม บรอดเบนต์”, “คริสเตน วิก”, “แซลลี ฮอว์กินส์” และที่ไม่พูดถึงคงจะไม่ได้ก็คือ “เฮนรี่ ลอว์ฟูล” นักแสดงเด็กหน้าใหม่ที่ถือว่ามารับบทนำในหนังใหญ่เป็นเรื่องแรก กับคาแรกเตอร์เด็กน้อยผมแดงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ แม้ว่าฝีมือทางการแสดงของเขาจะยังไม่ได้เฉิดฉายเจิดจรัสอะไรขนาดนั้น แต่หนังเรื่องแรกของเขาก็ถือว่าสอบผ่าน โดยเฉพาะความเก่งกาจที่ต้องเล่นคู่กับซีจีอยู่ในหลายฉาก หนังจำลองตัวหมู่บ้านเอลฟ์เฮล์มได้ใกล้เคียงกับหมู่บ้านซานตาครอส ที่เมืองโรวาเนียมี ประเทศฟินแลนด์ ดูแล้วอยากตามไปเที่ยวฟินแลนด์ด้วยเลย ชอบป่าสนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนเป็นพัน ๆ ไร่ ทำอยากเล่นหิมะ และชอบตอนกลาง ๆ เรื่องที่มีนั่งลากเลื่อนแล้วให้กวางเรนเดียร์ลากตะลุยหิมะท่ามกลางป่าสน ฟินอะ อยากวาร์ปเข้าไปในหนังจัง

  หนัง Netflix เรื่องนี้ได้สอดแทรกข้อคิดดี ๆ ไว้ไม่น้อยเลย ที่ประทับใจก็ตอนที่นิโคลัสคุยกับพ่อแล้วบอกว่า “Being good is better than being rich, Papa. เป็นคนดีนั้นดีกว่าเป็นคนมั่งมีนะครับ พ่อ” หรืออย่างประโยคที่แม่เคยพูดไว้เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ  “Believing was as good as knowing. แค่เชื่อก็ยอมรับว่ามี” หรือ “Time is slow for those who wait. เวลาผ่านไปอย่างเชื่องชาสำหรับผู้รอคอย”

ครอบครัว Family, หนังฝรั่ง

101 Dalmatians | 101 ไอ้จุดมหาสนุก (1996)

101 Dalmatians I 101 ไอ้จุดมหาสนุก (1996)

ในปี 2021 Disney ประกาศรีเมคหนังเรื่อง 101 Dalmatians ในปี 1996 ซึ่งใช้ชื่อว่า Cruella ซึ่งเป็นตัวละครร้ายในหนังฉบับก่อนๆ โดยเวอร์ชันใหม่นี้จะเน้นไปที่ตัวละครครูลลา ซึ่งนำแสดงโดย เอ็มม่า สโตน และกำกับโดย เครก กิสเลสปี้ ผู้กำกับสายรางวัลที่เคยกำกับ I, Tonya มาแล้วก่อนหน้า แต่ก่อนที่เราจะเข้าโรงไปดูหนัง Cruella ผมจะพาทุกท่านไปรู้เรื่องราวคร่าวๆ ของ 101 Dalmatians ในเว็บ ดูหนังออนไลน์ กันก่อนดีกว่า เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องรอดูเวอร์ชันใหม่ โดยหวังว่าทุกท่านจะชื่นชอบตัวละคร ครูลลา ทั้งเวอร์ชันเก่าและใหม่กัน เพราะเธอคือตัวละครที่มีเสน่ห์คนหนึ่งในวงการภาพยนตร์ ชุดลายด่างกับผมทรงประหลาดของเธอเป็นคาแร็คเตอร์ที่ยากละลืมเลือน

 

101 Dalmatians เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว ครอบครัว Family ดัดแปลงมาจากแอนิเมชั่นชื่อเดียวกันของ Disney ในปี 1961 ต้นฉบับจริงๆ นั้นมาจากนวนิยายเรื่อง “The Hundred and One Dalmatians” ของดูดี้ สมิธ ในปี 1956 ภาพยนตร์ฉบับไลฟ์แอคชั่นนี้กำกับโดย สตีเฟน เฮเรค นำแสดงโดย เกลนน์ โคลส, เจฟฟ์ แดเนียลส์, โจลี ริชาร์ดสัน,  โจน พลาวไรต์, ฮิว ลอรี, มาร์ค วิลเลียมส์ และ ทิม แม็กอินเนอร์นี หนังเวอร์ชันนี้ไม่เหมือนกับเวอร์ชันในปี 1961 หนังไม่มีสัตว์ตัวใดที่พูดได้

 

เรื่องราวของ โรเจอร์ เดียร์ลี นักออกแบบวิดีโอเกมอาศัยอยู่กับสุนัขพันธุ์ดัลเมเชียน ชื่อ ปองโก้ สัตว์เลี้ยงของเขาในลอนดอน วันหนึ่งปองโก้เห็นหมาตัวเมียพันธุ์เดียวกันมันจริงวิ่งตามไปที่สวนสาธารณะ โรเจอร์ก็วิ่งตามปองโก้ไป จนได้พบกับเจ้าของหมาตัวเมียชื่ออนิต้า ทั้งคู่ตกหลุมรักและแต่งงานกัน ปองโก้และหมาตัวเมียชื่อเพอร์ดี้ ก็อยู่ร่วมกัน อนิต้าทำงานเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า เจ้านายของเธอ ครูลล่า เดอ วิล หลงใหลในชุดขนสัตว์ อนิต้าได้รับแรงบันดาลใจจากสุนัขพันธุ์ดัลเมเชียนออกแบบเสื้อโค้ทที่ทำจากขนสัตว์สีด่าง ครูลลา เธอรู้สึกทึ่งกับแนวคิดนี้ เพอร์ดี้ท้องและมีลูกเยอะมาก ครูลลาเสนอเงิน 7,500 ปอนด์เพื่อขอซื้อลูกหมา 15 ตัวกับโรเจอร์ แต่เขาปฏิเสธ เธอโมโหที่ไม่ได้ดั่งใจ เธอจึงไล่อนิต้าออกจากงาน เธอสั่งให้ลูกน้อง แจสเปอร์และฮอเรซ บุกเข้าไปในบ้านของโรเจอร์และอนิต้า เพื่อขโมยลูกสุนัขหลายตัว ขณะที่โรเจอร์และอนิต้ากำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะกับปองโกและเพอร์ดี้ ลูกสุนัขพร้อมกับดัลเมเชียนอีก 84 ตัวที่ถูกขโมยไปก่อนหน้านี้ พวกมันถูกส่งไปยังคฤหาสน์เดอวิล ครูลลาสั่งให้ สกินเนอร์ ดีไซเนอร์ส่วนตัว

ฆ่าและถลกหนังเพื่อสร้างเป็นเสื้อคลุมของเธอ โรเจอร์และอนิต้าแจ้งตำรวจนครบาล สุนัขตัวหนึ่งตามแจสเปอร์และฮอเรซไปที่คฤหาสน์และช่วยให้สุนัขตัวอื่นหนีออกมาได้ เมื่อครูลลากลับมาบ้านแล้วพบว่าสุนัขหลายตัวหายไป เธอโกรธมากและต่อไปจะลงมือล่าสุนัขด้วยตัวเธอเอง เธอไม่ไว้ลูกน้องอีกต่อไป ปองโก้และเพอร์รี่ในฐานะพ่อแม่ พวกมันต้องปกป้องลูกๆ หลายตัวให้ถึงที่สุดเช่นกัน

101 Dalmatians | 101 ไอ้จุดมหาสนุก (1996)
101 Dalmatians | 101 ไอ้จุดมหาสนุก (1996)

ใน 101 Dalmatians เวอร์ชันไลฟ์แอคชั่นในปี 1996 นั้น หนังเล่าเรื่อมตามสูตรจของหนังดิสนีย์เรื่องอื่นๆ แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่าตัวร้ายที่มีเสน่ห์ เพราะการแสดงของเกลนน์ โคลส นั้นเธอคือนักแสดงที่มากฝีมืออยู่แล้ว ทำให้ตัวละครครูลลามีมิติและแตกต่างจากเวอร์ชันการ์ตูนและนิยาย ด้วยการตีความใหม่ของเธอ จนทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่จดจำได้เพราะการแสดงของเธอ

 

หนังเรื่องนี้สามารถหาดูได้ในหนังในเว็บออนไลน์และ บทความ สปอยหนัง ได้แล้ววันนี้ หนังเวอร์ชันคนแสดงนั้นค่อนข้างถ่ายทำยากกว่าเวอร์ชันการ์ตูนเพราะต้องใช้สุนัขจริงๆ มาเล่น และไม่ได้มีแค่ตัวเดียวในเรื่อง แต่มีเป็น 100 ตัว ซึ่งเบื้องหลังนั้นต้องวุ่นวายและทุกฉากที่เราเห็นในหนังนั้น ใช้เวลาถ่ายทำนานกว่าปกติ จึงอยากให้ทุกคนไปร่วมพิสูจน์ความน่ารักและความซนของสุนัขในหนังกันเพราะสิ่งที่เราเห็นในหนังนั้นช่างไร้เดียงสาและสมจริงที่สุดแล้ว