Brokeback Mountain | หุบเขาเร้นรัก (2005)

Brokeback-Mountain (2005)

 

หากพูดถึงภาพยนตร์ที่นำเสนอเรื่องราวความหลากหลายทางเพศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่เราได้ดูจาก เว็บหนังHD ที่เรานึกได้ ชื่อแรก ๆ ก็คงเป็น Call Me By Your Name (2017)  Love, Simon (2018) Moonlight (2016) หรือ The Half of It (2020) แต่หากย้อนไปในช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Brokeback Mountain (2005) ที่สามารถถ่ายทอดความเจ็บปวดของตัวละครออกมาได้อย่างตราตรึงหัวใจ จนคว้า 3 รางวัลออสการ์ทั้งบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

Brokeback-Mountain (2005)

Brokeback Mountain ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นโดย E. Annie Proulx บอกเล่าเรื่องราวของ ‘แจ็ค’ (รับบทโดย เจค จิลเลนฮาล) และ ‘เอ็นนิส’ (รับบทโดย ฮีธ เลดเจอร์) สองหนุ่มคาวบอยที่รับจ็อบเลี้ยงแกะบนภูเขา Brokeback ในรัฐไวโอมิง ปี 1963 หลังจากที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันหลายวัน ความรักก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นหากซ่อนเร้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจ กระทั่งวันที่ความเปลี่ยวเหงาเคล้าแอลกอฮอล์ได้เผยความจริงออกมาผ่านสัมผัสทางร่างกาย แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังปฏิเสธและยืนยันต่อกันว่าเป็นชายแท้แน่นอน เรื่องราวอันแสนซับซ้อนจึงเริ่มต้นขึ้น

เป็นเรื่องราวชีวิตของเอนนิส เดล มาร์ และ แจ็ก ทวิสต์ คาวบอยหนุ่มสองคนที่พานพบและตกหลุมรักกันเมื่อปี ค.ศ. 1963 ระหว่างทำงานต้อนแกะบนภูเขาโบรคแบ็กในรัฐไวโอมิง โดยหนังนำเสนอผ่านความสัมพันธ์อันซับซ้อนของบุคคลทั้งสองตลอดช่วง 20 ปีให้หลัง เอนนิสและแจ็กเริ่มงานบนภูเขาโบรคแบ็กโดยแยกกันอยู่คนละที่ เอนนิสอยู่เฝ้าแคมป์ ส่วนแจ็กเฝ้าแกะบนภูเขาที่อยู่สูงเหนือขึ้นไป ช่วงแรกทั้งสองจึงพบกันเฉพาะเวลาอาหารที่แคมป์ นานเข้าจากที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ทั้งคู่เริ่มสนิทจนเป็นเพื่อนกัน ไม่นานหลังจากนั้นเริ่มมีการสลับหน้าที่กันโดยแจ็กอยู่เฝ้าแคมป์และเอนนิสออกไปเฝ้าแกะ คืนหนึ่งทั้งสองคนดื่มวิสกี้จนเมามาย เอนนิสตัดสินใจไม่ไปเฝ้าแกะและลังเลที่จะเข้าไปนอนในกระโจมเดียวกับแจ็ก ดึกมากขึ้นเมื่อกองไฟที่จุดไว้มอดดับไป อากาศหนาวเย็นมากจนแจ็กต้องเรียกให้เอนนิสเข้าไปนอนในกระโจม ทั้งคู่เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าเพื่อนในคืนนั้นและยิ่งแนบแน่นขึ้นตลอดช่วงฤดูร้อน เมื่องานบนภูเขาโบรคแบ็กถึงคราวสิ้นสุด ทั้งคู่แยกย้ายกันไปคนละทาง เอนนิสกลับไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวโดยแต่งงานกับคู่หมั้น อัลมา เบียส์ (มิเชลล์ วิลเลียมส์) แจ็กได้พบและแต่งงานกับ ลูรีน นิวซัม (แอนน์ แฮทาเวย์) สาวสวยนักขี่ม้าครอบครัวมีอันจะกินที่เท็กซัส เอนนิสได้ลูกสาวสองคนขณะที่แจ็กมีลูกชายหนึ่งคน

Brokeback-Mountain

4 ปีต่อมา เอนนิสได้รับไปรษณียบัตรจากแจ็ก แจ้งข่าวว่าเขาจะเดินทางผ่านมาแถวนั้น และแวะมาเยี่ยมในฐานะเพื่อนเก่า การพบกันทำให้พวกเขารู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อกันยังคงเหมือนครั้งที่ได้เจอกันบนภูเขาโบรคแบ็ก แจ็กเริ่มเอ่ยถึงความเป็นไปได้ที่เขาทั้งคู่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในฟาร์มเล็ก ๆ ทว่านอกจากไม่อยากจากครอบครัวแล้ว เอนนิสยังฝังใจกับความทรงจำในอดีตที่เขาได้รับรู้ถึงการทรมานและการฆาตกรรมชายที่เป็นเกย์ เอนนิสกลัวว่าการเปิดเผยความสัมพันธ์อาจทำให้ชีวิตของเขาต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรมในที่สุด หลังจากพบกันคราวนั้น เอนนิสกับแจ็กก็นัดพบกันอีกบนภูเขาโบรคแบ็กแต่ไม่บ่อยนัก ปีแล้วปีเล่า ชีวิตแต่งงานของเอนนิสมีแต่ย่ำแย่ลง ส่วนหนึ่งเพราะอัลมาล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีของเธอกับแจ็กนับตั้งแต่การนัดพบผ่านไปรษณียบัตรครั้งแรก อัลมาหย่าขาดกับเอนนิสโดยรับภาระเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสองคน

รีวิวหนัง พาร์ทที่เราเทใจให้เต็มร้อยคือนักแสดง เราไม่คิดเลยว่าทั้ง ฮีธ เลดเจอร์ และ เจค จิลเลนฮาล จะเข้าถึงบทบาทและถ่ายทอดความรู้สึกตัวละครออกมาได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ประทับใจตั้งแต่เคมีที่เข้ากันอย่างประหลาด พอฉากน่ารักเราก็เขินอมยิ้ม ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ได้หวานไม่ได้กุ๊กกิ๊ก บทสนทนาก็ไม่ได้โรแมนติก แต่เรากลับรู้สึกว่ามันจริงใจและสวยงามในแบบของมัน ฉากทะเลาะ ก็สะท้อนความเป็นผู้ชาย สะท้อนอารมณ์ที่ซับซ้อน ลังเล สับสนของตัวละคร ฉากที่อยู่กับครอบครัว ก็ไม่ได้ดูเสแสร้งจนอึดอัด แต่ดูเป็นชีวิตในแบบของพวกเขา