Blue Painful and Brittle | สองเรา เจ็บปวด เปราะบาง (2020)

Blue-Painful-and-Brittle (2020)

 

ถ้าพูดถึงสื่อที่มาจากประเทศญี่ปุ่น หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงการ์ตูนหรืออนิเมะที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ความจริงแล้วหนังญี่ปุ่นก็เป็นสื่ออีกประเภท ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกค่ะ ด้วยลักษณะการถ่ายทำที่มีเอกลักษณ์ เนื้อเรื่องน่าสนใจ และมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ในปัจจุบันคนหันมา ดูหนังออนไลน์ฟรี ญี่ปุ่นมากขึ้น เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ที่เรากำลังเอ่ยถึงค่ะ

Blue Painful and Brittle ภาพยนตร์แนว ผจญภัย Adventure ผลงานกำกับของ Shunsuke Kariyama นำแสดงโดย Tasuku Emoto, Mizuki Kayashima, Honoka Matsumoto เรื่องราวของฮิซาโนะและคาเอเดะ นักศึกษามหาวิทลัยที่ไม่มีอะไรโดดเด่นแต่ทั้งคู่มีความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงโลกจึงได้ตั้งชมรมขึ้นมา แต่จู่ๆฮิซาโนะได้หายตัวไป คาเอเดะจึงทุ่มสุดตัวเพื่อสานต่ออุดมการณ์ดั้งเดิมของชมรมที่เคยวาดฝันกันไว้

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นในวิชาประวัติศาสตร์ของเด็กมหาลัยชั้นปีที่ 1 ขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายเรื่องสงครามและพูดถีงความรุนแรง เขาเล่าว่าเหตุของความรุนแรงทุกๆ ครั้งบนโลกนี้ ล้วนเริ่มต้นจากรัฐขึ้นมามีอำนาจได้โดยอ้างว่าจะมารักษาความสงบ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนเริ่มขัดแย้งกันเองและหาข้อสรุปได้ด้วยประชาชนเอง เมื่อนั้นถึงจะเป็นความสงบที่แท้จริง ทันใดนั้นนักศึกษาสาวชื่อ อากิโยชิ ฮิซาโนะ ผู้มีอุดมการณ์แน่วแน่ ยกมือค้านอาจารย์ว่า โลกนี้ไม่จำเป็นต้องมีความรุนแรงก็ได้ ถ้าในประเทศนี้มีสงคราม เราก็แค่ให้ทุกคนคิดเหมือนๆ กันว่าต้องสงบ ความรุนแรงก็จะไม่เกิด แน่นอนว่าทุกคนในคลาสหัวเราะเธอ หนึ่งในนั้นคือ ทาบาตะ ชายหนุ่มปี 1 ที่นอกจากจะขำกับความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลก และอุดมการณ์อันโง่เขลาของเธอแล้ว ใบหน้าอันเศร้าสร้อยยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเขาเช่นเดียวกัน เมื่อเสียงกริ่งเปลี่ยนคลาสดังขึ้น ทาบาตะก็คิดวนๆ อยู่ในหัวว่า สีหน้าดึงดูดเขาจริงๆ แต่อยู่ในระดับเทียบกับการได้ยินเสียงเพลงที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยบนท้องถนน ในโรงอาหาร อากิโยชิ เดินเข้ามาทักทายเขา  เธอจำเขาได้ในคลาสก่อนหน้าและขอมานักโต๊ะเดียวกับเขา ทาบาตะเคอะเขินแต่ก็เขยิบให้เขานั่งอย่างเป็นกันเอง อากิโยชิถามว่าเขาสนใจที่เข้าชมรมไหนบ้างหรือเปล่า ทาบาตะบอกว่ายังไม่เจอชมรมไหนที่เขาสนใจเลย เธอจึงชวนเขาไปเข้าชมรมลดโลกร้อนด้วยกัน เขาปฏิเสธทันควันและขอตัวไปเข้าห้องเรียน 

Blue-Painful-and-Brittle

ทาบาตะคิดในใจว่าเธอคงลืมๆ เขาและไปหาเพื่อนใหม่พูดคุย เพราะเธอน่าจะเป็นคนที่เข้าหาคนง่ายและชวนคุยจนสนิทได้เร็ว ที่ไหนได้ ในคลาสต่อไปเขาก็เจอเธออีกครั้งในห้องเรียนและเธอเดินมาทักทายและขอนั่งข้างๆ และอีกเช่นเคย วิชานี้เธอยกมือถามขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายยังไม่เสร็จ พร้อมกับโชว์อุดมการณ์รักความสงบของเธอต่อหน้าคนอื่นๆ ในคลาส เสียงหัวเราะตามมาอีกเช่นเคย อาจารย์พยายามบอกอย่างสุภาพว่าสิ่งที่เธอเสนอมันไม่สามารถเป็นจริงได้ จะให้ทุกคนคิดแบบเดียวกันไม่ได้ แม้คนในสังคมทั้งหมดไม่ชอบความรุนแรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความขัดแย้ง เขาเสริมอีกว่าความหลากหลายคือสิ่งที่สะท้อนว่าเราเป็นมนุษย์ ด้วยความยึดมั่นในอุดมการณ์เกินไป ทาบาตะจึงคิดว่าจะหาทางออกห่างจากเธอ แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ อากิโยชิก็ยิ่งตามเขาติดๆ เท่านั้น ทุกๆ คลาสเธอจะไปนั่งข้างๆ ทาบาตะอยู่เสมอ รวมถึงทุกพักเที่ยงเธอก็จะไปขอนั่งทานข้าวเป็นเพื่อนเขาโดยที่เขาไม่เคยร้องขอ เขารู้สึกอึดอัดแต่ไม่กล้าบอกตรงๆ เผลอแป๊บเดียวไปแล้ว 1 เดือน ทั้งสองได้สร้างความสัมพันธ์ที่แสนประหลาดขึ้นมา แต่หารู้ไม่ว่าลึกๆ แล้วทาบาตะก็มีใจให้เขาอยู่ไม่น้อย

หนังญี่ปุ่น เรื่องนี้ ลึกซึ้ง กินใจในแง่ของมุมมองต่อการมีชีวิต ไม่ตัดสิน ไม่ชี้ผิดชี้ถูก ดังคำกล่าวในเล่มที่ว่า เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยไม่เคยลืมฤดูกาลนั้น เราต่างมีบาดแผลที่เคยเจ็บปวด เคยผิดพลาด สูญเสียตัวตน และได้ทำใครบางคนสูญหายระหว่างเส้นทางการเติบโต โดยไม่เคยลืมเลือนมันได้เลย หนังเรื่องนี้ดูไม่ยากอย่างที่คิด แต่ครึ่งแรกตอนปูพื้นออกจะเนือยๆ ไปบ้าง แต่ช่วงครึ่งหลังพอเครื่องติดก็รุนแรง บีบคั้นความรู้สึกคนดูมาก