ประวัติศาสตร์ History, หนังฝรั่ง

Argo | แผนฉกฟ้าแลบ ลวงสะท้านโลก (2012)

Argo (2012)

 

คอ เว็บดูหนัง คนไหนที่ชื่นชอบในความสนุก ตื่นเต้นมากกว่าที่จะมองหาความสมจริง เพราะแม้ว่าหนังจะประกาศตัวว่า Based on True Story แต่เหตุการณ์ในหนังทั้งหลายนั้นกลับฉีกไปจาก “ความจริง” อยู่มากโข จนอาจเรียกได้ว่า หนังแค่ขอยืมพล็อตจากประวัติศาสตร์ เรื่องการสร้างหนังปลอมเพื่อเข้าไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เท่านั้น ส่วนเหลือก็คือการสร้างสรรค์ให้ออกมาดูสนุกเร้าใจเสียมากกว่า ซึ่งใครที่ต้องการหนังเน้นรายละเอียดพร้อมเชื่ออาจต้องข้ามไปก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใครที่ชอบหนังพล็อตดัดแปลงจากประวัติศาสตร์สายรางวัลแบบ Zero Dark Thirty หรือ Munich แล้ว Argo ก็น่าจะตอบสนองความบันเทิงให้ได้ไม่แพ้กัน

Argo (2012)

Argo เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง ชีวประวัติ Biography ผู้นำอิหร่านลี้ภัยไปอยู่สหรัฐฯ ผู้ประท้วงเรียกร้องให้สหรัฐส่งตัวกลับมารับโทษ เจ้าหน้าที่สั่งเผาเอกสารทั้งหมด หน่วยทหารถูกสั่งไม่ให้ยิงใครเพราะจะเกิดจราจลหนัก ทหารใช้แก๊สน้ำตายับยั้งระหว่างที่พวกเจ้าหน้าที่กำลังทำลายเอกสารลับ พวกผู้ชุมนุมบุกยึดสถานฑูตได้สำเร็จเจ้าหน้าที่ 6 คนกันหนีออกประตูที่เชื่อมต่อกับถนนไปที่สถานฑูตแคนาดา ส่วน 60 คนในสถานฑูตถูกจับเป็นตัวประกัน  69 วันต่อมาตัวประกันยังคงถูกควบคุมตัวไว้  CIA ให้โทนีปฏิบัติการช่วยเหลือทั้ง 6 คน ได้แก่มาร์คกับคอราคู่แต่งงานที่เป็นเจ้าหน้าที่กงศุล เฮนรี  โจ เคธีและบ็อบ พวกผู้ก่อการไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่หนีไป 6 คนเลยต้องเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือก่อนที่พวกผู้ก่อการจะรู้ พวกผู้ก่อการข่มขู่ว่าถ้าไม่ส่งตัวอดีตผู้นำกลับไปจะฆ่าพวกตัวประกันและเผาสถานฑูต เจ้าหน้าที่ทั้ง 6 คนต้องซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักของสถานฑูตแคนาดา โทนีโทรคุยกับลูกชายระหว่างนั้นลูกชายกำลังดูหนังโทนีเลยปิ๊งไอเดียแกล้งปลอมเป็นผู้สร้างหนังชาวแคนาดากำลังหาโลเกชันถ่ายหนังไซไฟ

โทนีติดต่อขอความช่วยเหลือจากจอห์นช่างแต่งหน้าเอฟเฟคให้ช่วยจัดฉากว่ากำลังสร้างหนังจะต้องอุปโลกทีมงานขึ้นมาโดยมีเลสเตอร์เป็นนายทุน เลสเตอร์ใช้ความเก๋าติดต่อซื้อหนังเรื่อง Argo ที่เป็นแนว Star Wars โทนีคุยกับเลสเตอร์เรื่องลูก เลสเตอร์บอกมีลูกสาวที่คุยกันปีละครั้งส่วนลูกชายของโทนีอยู่กับภรรยาที่แยกกันอยู่  แผนอุปโลกกองถ่ายเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมีทั้งทีมนักแสดง บทพร้อมงานแถลงข่าวจัดเต็ม สถานการณ์เริ่มบีบคั้นเพราะผู้ก่อการรู้แล้วว่า 6 คนหายตัวไป กระทรวงต่างประเทศอนุมัติแผนให้โทนีออกเดินทางไปอิหร่านในฐานะโปรดิวเซอร์หนังอาร์โก หัวหน้าเตือนโทนีว่าทางการจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นถ้าถูกจับได้ ก่อนไปโทนีส่งการ์ดอวยพรวันเกิดถึงลูกชายและภรรยา โทนีไปที่อิสตันบูลรู้ข่าวเรื่องอดีตผู้นำอิหร่านหนีไปพร้อมทองคำเต็มเครื่องบิน โทนีเดินทางเข้าสถานกงศุลอิหร่านในตุรกีเพื่อขอวีซ่าเข้าอิหร่าน พอไปถึงก็ไปขออนุญาตถ่ายหนังโดยแจ้งว่ามีทีมงานอีก 6 คน โทนีไปที่สถานฑูตแคนาดาประจำอิหร่านและได้รับพาสปอร์ตประทับตราแคนาดา 6 เล่มจากคนที่ให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 คน โทนีเข้าไปพบพวกเจ้าหน้าที่บอกแผนการตอนแรกพวกเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในแผนการเพราะถ้าถูกจับได้ว่าใช้พาสปอร์ตปลอมจะถูกแขวนคอทันทีเพราเท่ากับว่าเป็นสายลับ

Argo

แผนการของโทนีคือพาพวกเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากอิหร่านในฐานะทีมสร้างหนังชาวแคนาดา ระหว่างดำเนินตามแผนคือไปดูโลเกชันเกิดเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย โทนีซักซ้อมประวัติปลอมของพวกเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 ก่อนจะถูกสัมภาษณ์จากด่าน หัวหน้าของโทนีโทรบอกให้ยกเลิกแผนเพราะถ้าถูกจับได้ขึ้นมาประเทศจะเสียหน้า ตอนนั้นผู้ก่อการร้ายได้รูปหน้าของเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 คนไปแล้ว โทนีตัดสินใจขัดคำสั่งโทรบอกแจ็คหัวหน้าว่าจะพาทั้ง 6 คนหนีให้ได้ แจ็ครีบวิ่งเต้นให้ยืนยันตั๋วของโทนีและติดต่อทำเนียบขาวอนุมัติตั๋วของพวกโทนีทันในนาทีสุดท้าย ระหว่างนั้นพวกผู้ก่อการร้ายแปะรูปจากเครื่องทำลายเอกสารเทียบหน้าเจ้าหน้าที่ที่หายไปเสร็จพอดี พวกของโทนีถูกกักตัวไว้ตรวจสอบแต่ทั้ง 6 คนผ่านขึ้นเครื่องบินและเครื่องออกไปก่อนที่พวกผู้ก่อการร้ายจะตามทัน ทั้ง 6 คนพากันดีใจรวมทั้งผู้ที่มีส่วนในแผนทั้งหมดด้วย ข่าวนำเสนอเครดิตทั้งหมดถูกยกให้แคนาดาไป โทนีส่งหลักฐานเกี่ยวกับหนังอาร์โกไปเก็บเข้าแฟ้ม โทนีได้รับเหรียญแต่งานต้องถูกจัดอย่างเงียบๆเพราะทุกอย่างเป็นความลับตั้งแต่เริ่ม โทนีไปหาลูกที่บ้านภรรยา ข่าวเสนอเรื่องตัวประกันที่เหลือในอิหร่านถูกปล่อยตัว ต่อมาเมื่อปฏิบัติการถูกเปิดเผยโทนีก็ได้รับเหรียญกล้าหาญ

รีวิวหนัง เรียกได้ว่าเป็นผลงานสุดเฉียบในฐานะผู้กำกับอย่าง Ben Affleck ที่พาหนังตะลุยไปเข้าชิงออสการ์ แถมยังได้รางวัลใหญ่ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้นกลับมาด้วย จนปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในฐานะคนทำหนังแล้ว Ben Affleck ดูจะลับฝีมือได้คมขึ้นเรื่อยๆ ให้มาถึงจุดนี้ได้ ซึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำพาให้ Argo มาถึงจุดนี้ก็คงจะเป็นในเรื่องของบทจาก Chris Terrio ที่เอาเหตุการณ์จริงมายำใหญ่ ให้ดูกลายเป็นหนังสายลับ จารชน ชิงตัวประกันอะไรประมาณนั้น เพราะจากที่หาข้อมูลพบว่า เรื่องราวจริงๆ มันเรียบง่ายกว่านั้นเยอะ แต่ตัวหนังกลับกลายเป็นภารกิจสุดระทึกที่ชวนลุ้นจนแทบลืมหายใจ